หาดทิพย์เจอนี่
100 ปี "เต้าหู้คลองแงะ" ของดีจากสงขลาที่สร้างจากหยาดเหงื่อและเติบโตด้วยความเข้าใจ

100 ปี "เต้าหู้คลองแงะ" ของดีจากสงขลาที่สร้างจากหยาดเหงื่อและเติบโตด้วยความเข้าใจ
ถ้าพูดถึง "เต้าหู้" หลายคนอาจมองว่าเป็นวัตถุดิบธรรมดา ๆ ในครัวเรือน หรือบางครั้งก็ดูเป็นอาหารแสนธรรมดาที่น่าเบื่อด้วยซ้ำไป... แต่ถ้าพูดถึง “เต้าหู้คลองแงะ” ในวันนี้ ของอร่อยขึ้นชื่อจากภาคใต้ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และกลายเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน!
เบื้องหลังเต้าหู้ชิ้นสีเหลืองทองนี้มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย... กว่าจะทำให้ชื่อ "คลองแงะ" กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอร่อยระดับตำนานได้ มีที่มาอย่างไร?
การเดินทางของ "หาดทิพย์เจอนี่" ทริปนี้ เราขอพาทุกคนล่องใต้มาที่ย่านคลองแงะ ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อตามรอยเต้าหู้ที่เดินทางข้ามกาลเวลามานานกว่า 1 ศตวรรษ จากเต้าหู้สูตรโบราณในชุมชนเล็กๆ ที่ต้องผ่านจุดพลิกผันครั้งสำคัญ จนกลายเป็นความโด่งดังระดับประเทศในทุกวันนี้
เรื่องราวที่เราได้ไปสัมผัสและนำมาเล่าในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การชี้เป้าของอร่อยประจำถิ่น แต่คือหน้ากระดาษบันทึกการสู้ชีวิตของครอบครัวหนึ่ง ที่ยอมแลกด้วยหยาดเหงื่อและความอดทน จนกลายเป็นตำนาน "สหัสา เต้าหู้คลองแงะ" บทพิสูจน์แห่งรสชาติที่ถูกส่งต่ออย่างทรงคุณค่า

จุดกำเนิดและมรดกตกทอดจากโพ้นทะเล
จากการนั่งล้อมวงพูดคุยกับครอบครัว “ฐิติทัพพ์” เราได้ฟังเรื่องราวที่พาย้อนกลับไปเมื่อกว่าร้อยปีก่อน จุดเริ่มต้นของเต้าหู้คลองแงะก่อตัวขึ้นจากความหวังของคุณปู่ทวด ผู้ล่องเรือสำเภาหนีภัยสงครามและความอดอยากจากเมืองโผวเล้ง ประเทศจีน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินไทย ท่านเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากศูนย์ด้วยวิถีเกษตรแบบครบวงจร ทั้งปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และต้มเต้าหู้
มรดกทางรสชาตินี้ได้หยั่งรากลึกลงในครอบครัว ซึ่งคุณปู่ทวดมีบุตรชายถึง 6 คน เมื่อกาลเวลาผ่านไป พี่น้องต่างแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางธุรกิจของตนเอง มีเพียง "คุณปู่" ในฐานะลูกชายคนโต ที่ตัดสินใจรับไม้ต่อเพื่อรักษากิจการเต้าหู้ของครอบครัวเอาไว้ โดยยึดมั่นในคำว่า "ความซื่อสัตย์" และ "คุณภาพ" เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน
ทุกขั้นตอนที่เราได้สัมผัสในวันนี้ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขายังคงซื่อตรงต่อวิถีธรรมชาติอย่างไม่ผิดเพี้ยน สีเหลืองทองอร่ามของเต้าหู้มาจากขมิ้นสดที่นำมาตำแล้วขยำคั้นน้ำด้วยมือ ปฏิเสธการใช้สีผสมอาหารและสารกันบูดอย่างเด็ดขาด เต้าหู้ทุกชิ้นจึงเปี่ยมไปด้วยความพิถีพิถัน ที่ปั้นแต่งขึ้นจากสองมือและจิตวิญญาณดั้งเดิมอย่างแท้จริง


รอยต่อแห่งชีวิตและบทพิสูจน์ความแข็งแกร่ง
ทว่าเส้นทางธุรกิจครอบครัวที่เราได้ฟัง กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเสาหลักอย่างคุณปู่ต้องด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุ ภาระอันหนักอึ้งจึงหล่นทับ "โกยาว-อัทธ ฐิติทัพพ์" ทายาทรุ่นที่ 3 ที่ต้องก้าวขึ้นมารับช่วงต่อทั้งที่อายุเพียง 10 กว่าขวบ

โกยาวเล่าว่าภาพจำในวัยเด็กของเขา คือการเติบโตมากับเปลที่ผูกไว้ข้างถังน้ำเต้าหู้ วิถีชีวิตที่ต้องตื่นตั้งแต่เที่ยงคืนตีหนึ่ง ยืนต้มเต้าหู้หน้าเตาฟืนที่ร้อนระอุ และต้องกัดฟันล้างขัดกระทะใบบัวขณะที่ยังร้อนจัดเพื่อเตรียมทำกระทะต่อไป พอรุ่งเช้าก็ต้องรีบนำเต้าหู้บรรจุใส่รังไม้ โดยมี "เจ๊หยง-ญาณญา ฐิติทัพพ์" ภรรยาคู่ชีวิต คอยเป็นกำลังสำคัญและเป็นลูกมือเคียงข้างหน้าเตาเสมอมา
ทั้งสองร่วมกันสู้ชีวิตและสร้างเนื้อสร้างตัวจากน้ำพักน้ำแรง โกยาวเปรียบเปรยให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า หากนับตามสายเลือดตัวเขาคือรุ่นที่ 3 แต่หากนับจากความทุ่มเทร่วมกัน ภรรยาของเขาก็เปรียบเสมือนทายาทรุ่นที่ 4 ที่พร้อมส่งต่อตำนานนี้ให้กับลูก ๆ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 5


ภาพคุ้นตาในยุคนั้นคือการขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าลมหนาว นำเต้าหู้ใส่ลังไม้ไปส่งขายที่ตลาดกิมหยง อำเภอหาดใหญ่ เป็นความเหนื่อยยากที่ทั้งคู่ต้องสู้ยิบตา แต่โกยาวเล่าว่าเป้าหมายในยุคนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการทำเต้าหู้เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ส่งลูก ๆ เรียนหนังสือ โดยยึดหลักความ "พอเพียง" เป็นที่ตั้งเพียงเท่านั้น
ความกดดันและการตัดสินใจรับไม้ต่อ
กว่าจะมาเป็น "เต้าหู้คลองแงะ" ชิ้นสีเหลืองทองที่หอมกรุ่นให้ทุกคนได้ลิ้มลอง เบื้องหลังคือเรื่องราวที่ฝ่าฟันผ่านร้อนผ่านหนาวและหยาดเหงื่อของคนในครอบครัวมาอย่างยาวนาน เมื่อกาลเวลาล่วงเลยจนลูก ๆ ทั้ง 3 คนเรียนจบและต่างมีเส้นทางธุรกิจของตนเอง จุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อลูก ๆ ตัดสินใจนำวิชาความรู้กลับมาผนึกกำลังกันขยายตลาด เปลี่ยนภาพการทำเต้าหู้เพื่อเลี้ยงชีพในวันวาน สู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ที่เติบโตขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นี้ถูกสืบทอดสู่ทายาทรุ่นปัจจุบัน "น้องแจน-กาณฑ์กริษฐ์ ฐิติทัพพ์" เล่าให้เราฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ตัวเธอและพี่น้องซึมซับกลิ่นหอมของเต้าหู้มาตั้งแต่จำความได้ ภาพจำในวัยเด็กช่วงประถมคือ หากวันไหนพนักงานลางาน เด็ก ๆ จะถูกปลุกตั้งแต่ตีสองตีสามให้ลุกขึ้นมาช่วยงานและขัดล้างกระทะร้อน ๆ หน้าเตาเสมอ
แม้ลึก ๆ ในวัยเด็กอาจจะเคยรู้สึกเขินอายเวลาถูกเพื่อนล้อเลียน เมื่อเวลาผ่าน ถึงคราวที่ธุรกิจครอบครัวต้องการแรงผลักดันเพื่อก้าวไปข้างหน้า ทายาทรุ่นใหม่ก็ไม่ลังเลที่จะหันหลังกลับมารับไม้ต่อ พวกเขาใช้ "ความผูกพัน" เป็นพลังขับเคลื่อน โดยดึงเอาความถนัดของแต่ละคนมาแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว ทั้งการควบคุมสายการผลิต การแพ็กสินค้าให้ได้มาตรฐาน และการจัดการระบบหลังบ้าน ทุกคนต่างเป็นกองหนุนที่แข็งแกร่งเพื่อซัพพอร์ตพี่ชายคนโตที่บุกเบิกตลาดออนไลน์ เปลี่ยนความเหนื่อยยากในวันวาน ให้กลายเป็นพลังผลักดันที่พาเต้าหู้คลองแงะก้าวสู่อนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ

รอยต่อระหว่างวัยและการหาจุดสมดุล
เมื่อสายเลือดใหม่ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ การปะทะกันระหว่างวิถีเก่าและแนวคิดใหม่ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ทายาทรุ่นใหม่เลือกใช้ "ความเข้าใจ" เป็นสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างวัย พวกเขาเลือกที่จะพูดคุยและอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาจุดกึ่งกลางร่วมกันว่าทำไมจึงต้องปรับเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะสร้างผลดีต่อธุรกิจอย่างไร ทายาทรุ่นใหม่พร้อมที่จะทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการให้เกียรติและเคารพแก่นแท้ของบรรพบุรุษ หากแนวทางใหม่ทำแล้วเวิร์กก็เดินหน้าต่อ แต่หากมีข้อผิดพลาดก็พร้อมที่จะเรียนรู้และแก้ไขด้วยกัน จนกลายเป็นศิลปะในการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน

พลิกวิกฤตสู่โอกาสแห่งยุคปัจจุบัน
บททดสอบครั้งใหญ่ที่ครอบครัวต้องเผชิญคือยุควิกฤตโควิด-19 มาตรการล็อกดาวน์ทำให้การขายในตลาดและหน้าร้านต้องหยุดชะงักลง ทว่าวิกฤตครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อลูกชายคนโตซึ่งเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ ต้องจำใจปิดกิจการร้านอาหารของตัวเองลงเพราะผลกระทบจากโรคระบาด
แต่แทนที่จะยอมแพ้ เขากลับนำ "สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด" ที่คิดค้นขึ้นเองสำหรับร้านอาหาร มาต่อยอดทานคู่กับเต้าหู้ และตัดสินใจลุยทำการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจครอบครัวอย่างเต็มตัว ครอบครัวเลือกที่จะสู้กลับด้วยการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ โดยเริ่มใช้เทคโนโลยีการบรรจุด้วยระบบซีลสุญญากาศและกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งช่วยยืดอายุเต้าหู้ให้สามารถเก็บรักษาในความเย็นได้นาน 1-2 สัปดาห์ ประจวบเหมาะกับการเติบโตของระบบขนส่งรถห้องเย็นในขณะนั้น จากวิกฤตที่เกือบทำให้ธุรกิจสะดุด กลับเป็นแรงผลักดันให้ "เต้าหู้คลองแงะ" โด่งดังไปทั่วประเทศ และสามารถส่งมอบความสดใหม่ตรงถึงหน้าบ้านลูกค้าได้ในที่สุด




ความท้าทายในยุคของเจเนอเรชันใหม่
"เจ๊หยง" เล่าให้เราฟังถึงช่วงเวลาแห่งการตั้งไข่บนโลกออนไลน์ว่า ลูก ๆ ทั้ง 3 คนต้องเริ่มศึกษาการทำการตลาดและลงทุนถ่ายทำคอนเทนต์กันเองทั้งหมด ในช่วงแรกเริ่มซึ่งถือเป็นจังหวะที่วิกฤตที่สุด ยอดขายขยับจากวันละ 10-20 ชิ้น และทำได้สูงสุดเพียง 100 ชิ้นต่อวันเท่านั้น
แต่แล้วความพยายามก็ผลิดอกออกผล เมื่อความสำเร็จบนโลกออนไลน์ได้นำมาซึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ ปรากฏการณ์ไวรัลชั่วข้ามคืนเกิดขึ้น เมื่อเพจรีวิวอาหารชื่อดังได้นำเรื่องราวไปบอกต่อ จนผู้คนได้รู้ถึงความพิเศษของเต้าหู้คลองแงะ ที่เมื่อผ่านการทอดแล้ว ผิวด้านนอกจะสัมผัสได้ถึงความกรุบกรอบจนได้ยินเสียง "กร๊อบ" ในคำแรกที่กัด ทว่าเนื้อสัมผัสที่ซ่อนอยู่ด้านในกลับเนียนนุ่มละมุนลิ้นราวกับเนื้อคัสตาร์ด ผสานไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของเต้าหู้ที่อบอวลไปทั่วทั้งปากในทุกครั้งที่เคี้ยว จึงทำให้ยอดสั่งซื้อพุ่งทะยานจากหลักร้อยกลายเป็นหลักหมื่นชิ้นในคืนเดียว จนเกิดภาวะผลิตไม่ทันและลูกค้าต้องรอคิวนานเป็นเดือน ซ้ำร้ายยังต้องปวดหัวกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสสร้างเพจปลอมมาหลอกลวงผู้บริโภค ครอบครัวจึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมา ด้วยการจัดระบบชำระเงินใหม่ โดยกำชับให้ลูกค้าโอนเงินเข้าเฉพาะบัญชีในนามบริษัทเท่านั้น
นอกจากเรื่องการจัดการออเดอร์หลังบ้านแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายคือการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ พวกเขาต้องอาศัยความใส่ใจขั้นสุดในการคัดกรองถั่วเหลือง ซึ่งแต่ละล็อตมีธรรมชาติและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เพื่อรักษารสชาติและเนื้อสัมผัสของเต้าหู้ทุกชิ้นให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดในทุก ๆ วัน

ความภาคภูมิใจและก้าวต่อไป
ตลอดการพูดคุย หาดทิพย์เจอนี่สัมผัสได้ถึงความภาคภูมิใจที่ฉายชัดในแววตาของทุกคน จากเต้าหู้ทำมือในชุมชนเล็ก ๆ วันนี้ "สหัสา เต้าหู้คลองแงะ" ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงธุรกิจครอบครัว สู่การเป็นของดีคู่เมืองสงขลาอย่างเต็มภาคภูมิ ลูกค้าวัยรุ่นที่เคยมองข้ามก็หันกลับมาหลงรักในรสชาติ และน่าทึ่งที่เต้าหู้คลองแงะยังได้รับการนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษในร้านอาหารชั้นนำ
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางกว่าหนึ่งศตวรรษ ตั้งแต่วันที่คุณปู่ทวดล่องเรือสำเภามาจากเมืองจีนเพื่อมาตั้งรกราก วันที่ "โกยาว" ต้องลุกขึ้นมาสู้ชีวิตหน้าเตาฟืนตั้งแต่เด็กเพื่อส่งเสียครอบครัว จนถึงวันที่ลูก ๆ ทั้ง 3 คนก้าวเข้ามาสานต่อและพลิกวิกฤตโควิดสู่ตลาดออนไลน์ ทุกหยาดเหงื่อ ความอดทน และความพยายามที่ไม่เคยลดละ คือพลังอันยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จของ "สหัสา เต้าหู้คลองแงะ" ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่สร้างขึ้นจากหัวใจที่สู้ยิบตาและเหนียวแน่นของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
"โกยาว" เผยความรู้สึกด้วยรอยยิ้มตื้นตันว่า เขาดีใจที่ชาวบ้านและลูกค้าทุกคนให้การตอบรับอย่างอบอุ่น และคอยสนับสนุนให้ แบรนด์เล็ก ๆ นี้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจ ทางครอบครัวกำลังเร่งสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต ทว่าในปัจจุบันยังคงผลิตได้จำกัดเพียงวันละประมาณ 1,000 ชิ้น แม้ในช่วงเทศกาลกินเจที่ความต้องการพุ่งสูง ทางร้านก็จำเป็นต้องรักษากำลังการผลิตไว้เท่าเดิม โกยาวย้ำด้วยความจริงใจว่าไม่ได้มีเจตนาไม่อยากขาย แต่เพราะต้องการคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานที่สุด จึงไม่อาจเร่งผลิตเพื่อรับออเดอร์ให้ครบทั้งหมดได้จริง ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ครอบครัวกำลังเร่งเดินหน้าเต็มกำลัง คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและเตรียมขอเครื่องหมาย อย. เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้บริโภค
ภาพอนาคตในมือของทายาทรุ่นใหม่ คือการพัฒนาระบบเพื่อส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาให้คำมั่นสัญญาคือ "คุณภาพ" รสชาติ ความสะอาด และมาตรฐานเนื้อสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน จะต้องคงความคลาสสิกและเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณเหมือนวันแรกเมื่อ 100 ปีก่อน


พลังใจจากหาดทิพย์เจอนี่
วันนี้ "หาดทิพย์เจอนี่" ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ขอให้สู้ต่อไปไม่ยอมแพ้ เหมือนกับเส้นทางของ "สหัสา เต้าหู้คลองแงะ" ที่พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ความพยายามและการไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จที่งดงามเสมอ
ก่อนจบการสนทนา โกยาวได้ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่สะท้อนถึงเบื้องหลังความสำเร็จตลอด 1 ศตวรรษของครอบครัวเอาไว้ว่า "คนเราต้องสู้และอดทน ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์ใด ทุกปัญหาเราต้องแก้ไขได้ และในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ"