หาดทิพย์เจอนี่
เปลี่ยนวัสดุหลงทะเลเป็นศิลปะ ใช้ศิลปะสร้าง "คน" : วิสาหกิจชุมชน "อยู่ทะเล" เกาะสุกร

เปลี่ยนวัสดุหลงทะเลเป็นศิลปะ ใช้ศิลปะสร้าง "คน" : วิสาหกิจชุมชน "อยู่ทะเล" เกาะสุกร
คุณจะทำอย่างไรกับวัสดุหลงทะเลที่คลื่นซัดมาเกยหาดหน้าบ้าน? ปล่อยทิ้งไว้ หรือกวาดลงถัง?
แต่สำหรับเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งบนเกาะเล็ก ๆ ในจังหวัดตรัง สิ่งที่ถูกมองว่าเป็นวัสดุหลงทะเลเหล่านี้คือ "วัสดุ" ชั้นดี เศษไม้หลงทะเลผุพัง ทุ่นลอยน้ำ หรือแม้แต่เศษอวนขาด ๆ กำลังถูกชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นงานศิลปะที่เดินทางไปไกลถึงอีกซีกโลก แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่น่าทึ่งที่สุด... เพราะเบื้องหลังความสวยงามของชิ้นงานคราฟต์เหล่านี้ เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การทำธุรกิจเพื่อผลกำไร แต่คือการใช้ "ศิลปะ" เป็นเครื่องมือในการกอบกู้ "ชีวิต" และสร้าง "คน" เพื่อเป็นเกราะกำบังดึงเยาวชนให้หลุดพ้นจากวงจรสีแดงของยาเสพติด


ดินแดนสงบงามกลางทะเลอันดามัน และความจริงที่ซ่อนอยู่
หากเอ่ยถึงจังหวัดตรัง หลายคนอาจนึกถึงหมูย่างรสเลิศหรือท้องทะเลสีคราม แต่หากล่องเรือจากท่าเรือตะเสะ ข้ามผืนน้ำอันดามันเพียง 15–20 นาที เราจะพบกับ "เกาะสุกร" ดินแดนที่ปราศจากความวุ่นวายของเมืองท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ทว่าภายใต้รอยยิ้มและวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่สงบงาม เกาะแห่งนี้กลับซ่อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่หนักหน่วง นั่นคือการขาดแคลนคนวัยพัฒนา และที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักจนกลายเป็นพื้นที่สีแดง ท่ามกลางคลื่นลมและปัญหาที่ถาโถม ได้เกิดกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในนาม "วิสาหกิจชุมชนอยู่ทะเล เกาะสุกร"


จุดประกายจากสองหัวใจ ผู้เลือกเผชิญหน้ากับปัญหา
เบื้องหลังแบรนด์งานคราฟต์ที่ดูมีชีวิตชีวานี้ เกิดจากความมุ่งมั่นของคนสองคน พี่ฟิล์ม-ณัฐพัฒน์ พรหมเพชร รองประธานกลุ่มผู้เป็นเขยเกาะสุกรที่ย้ายกลับมาอยู่ได้ราว 5–6 ปี และ พี่ออย-รุ่งกานต์ ศรีเพชร ผู้ดูแลหลักของสตูดิโอ ผู้มีสายเลือดคนเกาะสุกรและเคยไปศึกษาด้านการพัฒนาเมืองไกลถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดประกายเริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่ฟิล์มไปร่วมประชุมเครือข่ายผู้นำเกาะทั่วประเทศที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการจัดการขยะ จนเห็นโอกาสในการนำเศษวัสดุจากท้องทะเลมาทำเป็นงานศิลปะ




การเริ่มต้นนั้นไม่ง่าย เพราะไม่มีงบสนับสนุนจากที่ใด พี่ฟิล์มต้องใช้เงินและเครื่องมือส่วนตัวทั้งหมด โดยมีเด็ก ๆ เข้าร่วมเพียง 2–3 คน ในขณะที่พี่ออยเองก็เคยท้อจนตั้งคำถามว่า ทำไมเรียนจบมาต้องมาเจอปัญหาของเด็กที่ลึกและหนักขนาดนี้ แต่เมื่อคิดว่าถ้าทิ้งไป เด็ก ๆ ก็จะไม่มีที่พึ่ง จึงเลือกที่จะอยู่และสู้อย่างแข็งแกร่ง ผลงานชิ้นแรกของพวกเขาคือ "ตะขอแขวนผนัง" จากไม้หลงทะเล ซึ่งไม้ชิ้นนี้ถูกแบ่งครึ่ง ซีกหนึ่งเดินทางข้ามโลกไปขายถึงสหรัฐอเมริกา ส่วนอีกซีกถูกเก็บไว้เป็นหมุดหมายแห่งความทรงจำของกลุ่มจนถึงทุกวันนี้


ปรัชญาแห่งวัสดุ : เปลี่ยนบทลงโทษเป็นจินตนาการ
ความน่าสนใจของกลุ่ม "อยู่ทะเล" คือการเปลี่ยนกรอบความคิดของเด็ก ๆ ด้วยคำเพียงคำเดียว พี่ออยสอนให้เด็ก ๆ เลิกมองขยะบนหาด ว่าเป็น "ของไร้ค่า" แต่ให้มองทุกอย่าง ทั้งเศษไม้ ขวดแก้ว เศษอวน และลูกทุ่น ว่าคือ "วัสดุ" สำหรับสร้างสรรค์งานแม้ในมุมมองของคนทั่วไป ภาพการเดินเก็บขยะริมหาดอาจไม่ใช่กิจกรรมที่ดูสวยงามหรือน่าสนุกนัก แต่ผิดกันกับเด็กกลุ่มนี้ เพราะเด็กที่นี่มักจะเป็นฝ่ายร้องขอให้พี่ฟิล์ม พาไปเก็บ เศษวัสดุหลงทะเล พวกเขาจะวางแผนเก็บขวดและเศษไม้ในช่วงฤดูมรสุมที่ถูกคลื่นซัดมาเกยหาดมากที่สุด เพื่อตุนไว้ใช้สร้างงานตลอดทั้งปี ข้อจำกัดของเด็กชนบทที่ไม่มีเงินซื้อสีหรือเฟรมวาดภาพราคาแพง จึงถูกพลิกให้กลายเป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร


เป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มไม่ใช่การทำธุรกิจอย่างที่หลายคนเข้าใจ พี่ออยมักจะย้ำเสมอว่า "งานศิลปะเป็นแค่เครื่องมือ... แต่สิ่งที่เรากำลังผลิตจริง ๆ คือ "คน" สตูดิโอ "อยู่ทะเล" จึงถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่เปิดอ้าแขนรับเด็ก ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง หากเดินเข้าไปในสตูดิโอแห่งนี้ เราอาจได้ยินเสียงค้อนตอกไม้สลับกับเสียงพูดคุยหัวเราะ ได้กลิ่นหอมของข้าวหุงสุกใหม่ ๆ และไข่เจียวจากกระทะที่ใครก็เดินมาทำกินเองได้ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนสอนศิลปะที่เคร่งเครียด แต่เป็น "บ้านหลังที่สอง" ที่ดึงเด็ก ๆ ออกจากวงจรความเสี่ยงของเกาะ ครั้งหนึ่ง จนศิลปะบำบัดสามารถช่วยให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ


เมื่อเด็กทุกคนคือ "ศิลปิน" ไม่ใช่ลูกจ้าง
สตูดิโอแห่งนี้ดูแลเด็กเกือบ 20 ชีวิตในฐานะ "ศิลปิน" ผลงานทุกชิ้นจะถูกสร้างสรรค์โดยเด็กเพียงคนเดียว และมีการติดสติ๊กเกอร์ใบหน้าพร้อมชื่อของพวกเขาไว้บนชิ้นงาน สร้างฐานลูกค้า "คอลเลกเตอร์" ที่ติดตามอุดหนุน อย่างเช่น น้องลีวาย ศิลปินตัวน้อย ที่มักจะขลุกอยู่กับการประดิษฐ์บ้านจากไม้หลงทะเล เมื่อถามว่าทำไมถึงชอบมาที่นี่ คำตอบซื่อ ๆ แต่จริงใจของน้องคือ "ที่ผมชอบทำบ้านไม้ เพราะมันได้ตังค์เยอะครับ" ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นว่า รายได้ที่จับต้องได้จริงคือเครื่องมือทรงพลังที่ดึงเด็กออกจากความเสี่ยง และยังช่วยโอบรับความฝันการเป็นช่างซ่อมรถของเขาไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย


เลือก "ความสุขของเด็ก" มากกว่า "ผลประโยชน์ทางธุรกิจ"
ความรักที่ผู้ใหญ่มีต่อเด็ก ๆ สะท้อนชัดเจนผ่านการแบกรับความเสี่ยง เมื่อเด็กทำผลงานเสร็จ พี่ฟิล์มและพี่ออยจะรับซื้อชิ้นงานทันทีเพื่อให้เด็กมีรายได้ โดยผู้ใหญ่จะเป็นคนแบกรับความเสี่ยงในการหาช่องทางขาย ครั้งหนึ่ง กลุ่มเคยไปเปิดหน้าร้านที่ "บ้านข้างวัด" จังหวัดเชียงใหม่ ยอดขายพุ่งกระฉูดจนสินค้าผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด แต่แทนที่จะดีใจ พี่ฟิล์มและพี่ออยกลับสังเกตเห็นแววตาที่เหนื่อยล้าของเด็ก ๆ ที่ต้องเร่งทำของเติมสต็อก จนอดไปวิ่งเล่นน้ำทะเลหรือเล่นว่าวตามประสาเด็ก เมื่อต้องเลือกระหว่าง "ตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น" กับ "รอยยิ้มของเด็ก ๆ" กลุ่มตัดสินใจสวนทางกับสัญชาตญาณนักธุรกิจทั่วไป นั่นคือการสั่ง "ปิดหน้าร้าน" ทันที เพื่อคืนเวลาแห่งความสุขและชีวิตวัยเยาว์กลับมาให้พวกเขา


จากหาดทราย สู่เวทีระดับโลก
ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท ผลงานของเยาวชนเกาะสุกรจึงก้าวไปไกลเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ แผ่นเรือจากอู่เรือที่จมทรายฝีมือเด็ก ๆ สามารถขายได้ราคากว่า 20,000 บาทในงานออกบูธที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กลุ่มได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 แบรนด์ต้นแบบด้านเด็กและเยาวชนของประเทศ และได้จัดแสดงประติมากรรมขนาดใหญ่ที่สยามพารากอน ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานและภาพถ่ายของพวกเขายังได้เดินทางข้ามทวีปไปอวดโฉมในงาน ITB ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นงานมหกรรมท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก


วิสาหกิจชุมชน "อยู่ทะเล" จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่พลิกฟื้นขยะให้กลายเป็นสิ่งมีมูลค่า แต่พวกเขาใช้ศิลปะที่เป็นภาษาสากล มาทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ และมอบชีวิตใหม่ให้เยาวชน หากวันหนึ่งคุณมีโอกาสไปเยือนเกาะสุกร หรือเดินผ่านบูธของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนี้ ชิ้นงานศิลปะตรงหน้าอาจไม่ได้บอกเล่าแค่เรื่องราวของขยะทะเลอันดามัน แต่อาจเป็นร่องรอยการกอบกู้ความฝันของเด็กคนหนึ่ง... ที่รอให้คุณมาร่วมสนับสนุนและชื่นชม


ร่วมสนับสนุนความฝันของศิลปินแห่งเกาะสุกร
สำหรับใครที่หลงรักในเรื่องราว และอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนรอยยิ้ม โอกาส และอนาคตของเด็ก ๆ สามารถอุดหนุนชิ้นงานศิลปะจากขยะทะเลสุดคราฟต์ หรือติดตามความเคลื่อนไหวของน้อง ๆ ได้โดยตรงที่ :
💙 Facebook Page: https://www.facebook.com/profile.php?id=61567215572488&sk=photos
📞 เบอร์โทรศัพท์ : 09 1963 6297
🏝️ พิกัด : วิสาหกิจชุมชนอยู่ทะเล เกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ทุกการอุดหนุนของคุณ คือการต่อยอด "พื้นที่ปลอดภัย" และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ บนเกาะสุกรได้เติบโตอย่างงดงามต่อไป
ขอขอบคุณภาพจาก U-Talay Studio