ปลุกมนต์เสน่ห์แดนใต้ ร้อยเรียงจุดแข็งทุกตารางนิ้วสู่เวทีโลก The Southern MICE Economic Forum 2026

02 กรกฎาคม 2569
ปลุกมนต์เสน่ห์แดนใต้ ร้อยเรียงจุดแข็งทุกตารางนิ้วสู่เวทีโลก The Southern MICE Economic Forum 2026

หากใครได้มีโอกาสมาเยือน “หาดใหญ่–สงขลา” สักครั้ง คงสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่ซ้อนทับกันอยู่หลายชั้นในผืนแผ่นดินเดียว ทั้งกลิ่นอายของเมืองท่าเก่าแก่ที่ผู้คนหลากเชื้อชาติหลายความเชื่ออยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ตลาดยามเช้าที่คึกคักด้วยภาษาไทย จีน และมลายูปะปนกันไป รสชาติอาหารที่จัดจ้านแต่อบอุ่น ไปจนถึงรอยยิ้มของเจ้าบ้านที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนเสมอ เสน่ห์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามให้ชื่นชม แต่คือ “ต้นทุน” อันล้ำค่าที่หล่อเลี้ยงผู้คนในภูมิภาคนี้มาเนิ่นนาน

และเมื่อมองให้ลึกลงไป ต้นทุนทางเสน่ห์ที่ว่านี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ภาคใต้ โดยเฉพาะสงขลาและหาดใหญ่ มีศักยภาพมากพอจะเป็น “ฮับ” หรือศูนย์กลางของอุตสาหกรรมที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และดึงดูดโอกาสจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามา หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ว่านั้น มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “ไมซ์” (MICE)

ไมซ์คืออะไร สะพานเชื่อมโอกาสที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต

หลายคนอาจยังสงสัยว่า ตัวย่อภาษาอังกฤษอย่าง MICE แท้จริงแล้วหมายถึงอะไร หากแปลตามตัวอักษร MICE ย่อมาจากการรวมตัวของสี่ธุรกิจหลัก ได้แก่ Meetings (การประชุมองค์กร), Incentives (การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล), Conventions (การประชุมวิชาการหรือนานาชาติ) และ Exhibitions (การจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ)

แต่ในมิติของการพัฒนาเมือง ไมซ์มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก มันไม่ใช่แค่การสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ หากแต่เปรียบเสมือน “สะพาน” ที่เชื่อมผู้คน โอกาส และการลงทุนจากทั่วโลก ให้เดินทางเข้ามาหล่อเลี้ยงเส้นเลือดฝอยของชุมชน เมื่อมีงานประชุมหรืองานแสดงสินค้าสักงานหนึ่งเกิดขึ้น เม็ดเงินไม่ได้ตกอยู่กับผู้จัดงานเท่านั้น แต่ยังไหลต่อไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร รถรับจ้าง ร้านของฝาก ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ไมซ์จึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทุกฟันเฟือง ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านเล็ก ๆ ได้เติบโตไปพร้อมกัน

เมื่อ “คนใต้” อย่างหาดทิพย์ ได้ร่วมแบ่งปันบนเวทีของภูมิภาค

ภาพของโอกาสเหล่านี้ถูกทำให้เห็นชัดเป็นรูปธรรม เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ได้จัดงาน The Southern MICE Economic Forum 2026 ขึ้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี (ICC Hat Yai) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “Southern Synergy ผนึกกำลังไมซ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้สู่สากล” โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 200 ชีวิต จากภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วประเทศ

หาดทิพย์ ในฐานะองค์กรที่เติบโตและดำเนินธุรกิจ เคียงข้าง ผูกพัน กับพี่น้องชาวใต้มาอย่างยาวนาน หาดทิพย์รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีนี้ โดย พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับเชิญขึ้นร่วมเสวนาในหัวข้อ MICE MAGNET, The Southern Momentum ไมซ์ใต้ เป็นได้มากว่าที่คิด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมุ่งส่งเสริมการเชื่อมโยงศักยภาพของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร ทรัพยากร และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ผ่านการจัดงานไมซ์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่ร่วมกับผู้ขับเคลื่อนเมืองและผู้ประกอบการจากหลายจังหวัด

มองข้ามกรอบการแข่งขัน สู่การค้นหา “จุดแข็งของบ้านเรา”

หัวใจสำคัญของสิ่งที่ พลตรี พัชร รัตตกุล หรือที่ใคร ๆ มักรู้จักในนาม เสธดอลลาร์ ได้ฝากไว้บนเวที คือการชวนให้ทุกคนมองข้ามกรอบความคิดเดิม ๆ ที่มักนำภาคใต้ไปเปรียบเทียบหรือไล่ตามเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ เพราะโอกาสที่แท้จริงของภาคใต้ ไม่ได้อยู่ที่การพยายามเป็นเหมือนคนอื่น หากแต่อยู่ที่การดึงเอา “จุดแข็ง” ที่เรามีอยู่แล้วออกมาใช้ให้เต็มศักยภาพ

เสธดอลลาร์ มองว่า ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของภาคใต้ ประกอบกับการเป็นพื้นที่ Muslim-friendly ที่มีความคุ้นเคยและเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาจเป็นต้นทุนที่ทำให้เรามีศักยภาพสูงในการเป็น “ประตู” (Gateway) เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียน และเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น อาหารฮาลาล ซึ่งเป็นความพร้อมที่พื้นที่ภาคใต้มีเป็นทุนเดิม

อีกประเด็นที่เสธดอลลาร์ ให้ความสำคัญ คือเรื่องของ “ความร่วมมือ” โดยเสนอว่า การจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ทุกภาคส่วนควรเดินไปด้วยกัน ภาคเอกชนอาจต้องก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียง “ผู้สนับสนุน” มาเป็น “พันธมิตร” ที่ร่วมคิดร่วมสร้างตั้งแต่ต้นทาง ขณะที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทเป็นผู้นำ เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

ในช่วงหนึ่งของการเสวนา เสธดอลลาร์ ได้กล่าวถึงความผูกพันระหว่างหาดทิพย์กับภาคใต้ไว้อย่างน่าจดจำว่า

“ในฐานะที่หาดทิพย์เติบโตเคียงข้าง ผูกพันกับภาคใต้มาเกือบ 60 ปี เราเชื่อมั่นในศักยภาพของภาคใต้ โดยเฉพาะสงขลาและหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านของเรา แต่เราจะต้องช่วยกันค้นหาจุดแข็งของเราให้เจอ และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเข้ามาเป็นผู้นำ เราต้องไม่ต่างคนต่างทำอีกต่อไป”

ความพร้อมแบบ Muslim-friendly ต้นทุนที่หยั่งรากในวิถีชีวิต

เมื่อพูดถึงจุดแข็งของภาคใต้ อีกมิติที่มักถูกหยิบยกขึ้นมา คือความเป็นพื้นที่ Muslim-friendly ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกทางการตลาด แต่หยั่งรากอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน หาดใหญ่และสงขลาเป็นเมืองที่ผู้คนต่างศาสนาอยู่ร่วมกันมายาวนาน จึงคุ้นเคยกับการต้อนรับผู้มาเยือนชาวมุสลิม ทั้งจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง และจังหวัดชายแดนใต้

ความพร้อมนี้สะท้อนผ่านหลายองค์ประกอบที่ประกอบกันอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่มัสยิดและศาสนสถานที่กระจายอยู่ทั่วเมืองสำหรับประกอบศาสนกิจ ร้านอาหารฮาลาลที่หาได้ไม่ยากตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงโรงแรม ห้องละหมาดที่มีให้บริการในพื้นที่สาธารณะและศูนย์ประชุมหลายแห่ง ไปจนถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ที่เข้าใจข้อปฏิบัติและความละเอียดอ่อนทางศาสนาของผู้มาเยือน องค์ประกอบเหล่านี้เมื่อมารวมกัน จึงอาจเป็นความได้เปรียบที่ช่วยให้ภาคใต้พร้อมรองรับทั้งงานไมซ์และนักเดินทางกลุ่ม Muslim-friendly ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ภาพรวมของเวทีในวันนั้น

นอกเหนือจากช่วงที่หาดทิพย์ได้ร่วมแบ่งปัน บรรยากาศตลอดทั้งวันของงานยังอัดแน่นไปด้วยพลังของการแลกเปลี่ยน ก่อนจะตามมาด้วยการเสวนาและกิจกรรมที่ชวนให้ผู้ร่วมงานจากหลากหลายจังหวัดได้มองเห็นภาพอนาคตของเศรษฐกิจภาคใต้ร่วมกัน

ที่น่าสนใจคือ งานไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องประชุม แต่ยังพาผู้ร่วมงานออกไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเจ้าภาพจริง ๆ ทั้งการเดินสำรวจย่านเมืองเก่าหาดใหญ่ และการลิ้มรสวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นที่ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ราวกับจะยืนยันว่า “เสน่ห์ของบ้านเรา” นี่แหละ คือสินทรัพย์ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกได้จริง

ก้าวต่อไปที่เราจะเติบโตไปพร้อมกัน

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเวทีในวันนั้น ตอกย้ำความเชื่อที่เรามีมาตลอดว่า อุตสาหกรรมไมซ์คือโอกาสสำคัญที่จะช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับผู้คนในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมของการเป็นจุดหมายปลายทาง Muslim-friendly ที่เปี่ยมเสน่ห์สำหรับผู้มาเยือนทุกคน

เราไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือชลบุรี เพราะเส้นทางของเราคือการค้นหารากเหง้าและตัวตนของเราให้เจอ แล้วช่วยกันต่อยอดมันอย่างตั้งใจ เพื่อเชื้อเชิญให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก อยากเดินทางมาเยือน “บ้าน” ของเราสักครั้ง

แล้วในสายตาของคุณ ภาคใต้ของเรามี “เสน่ห์” อะไร ที่จะทำให้อุตสาหกรรมไมซ์เติบโตและงดงามได้อย่างยั่งยืน? มาร่วมเล่าและแลกเปลี่ยนกันได้ในคอมเมนต์