สื่อศิลป์ด้วยสีสัน : แต่งแต้มกำแพงร้อยเรื่องเมืองแร่นอง

13 พฤษภาคม 2569
สื่อศิลป์ด้วยสีสัน : แต่งแต้มกำแพงร้อยเรื่องเมืองแร่นอง

แสงแดดจ้าสลับกับสายฝนที่ชุ่มฉ่ำ อาจเป็นเสน่ห์ที่คุ้นเคยของเมืองระนอง แต่สิ่งที่แปลกตาและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาที่สุดในช่วงเวลานี้ คือความเคลื่อนไหวบริเวณริมกำแพงของ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สาขาระนอง กำแพงคอนกรีตทอดยาวที่เคยทำหน้าที่เพียงกั้นขอบเขตพื้นที่ กำลังค่อย ๆ ถูกชุบชีวิตและเปลี่ยนบทบาท สู่การเป็น "ห้องเรียนกว้างใหญ่ที่ไม่มีกรอบ"

สำหรับนักศึกษาศิลปะ ผ้าใบแคนวาสสี่เหลี่ยมในสตูดิโออาจเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พวกเขาคุ้นเคย ทว่าในโครงการ "แต่งแต้มกำแพง วัฒนวิถี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตชาวใต้" พื้นที่ปลอดภัยนั้นได้ถูกขยายขนาดให้กว้างใหญ่และท้าทายยิ่งกว่าเดิม เมื่อน้อง ๆ นักศึกษาทั้ง 10 คน จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ตัดสินใจก้าวออกจากห้องเรียน มาจับพู่กันและแปรงทาสีร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนกำแพงโรงงานให้กลายเป็นผ้าใบผืนประวัติศาสตร์ของชุมชน

เสียงสะท้อนจากคนทำงาน : บทเรียนนอกตำราของผู้นำทีม

เพื่อให้เห็นภาพการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง น้องวี - ฮาลาวี โต้โดย นักศึกษาสาขาทัศนศิลป์ ชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยทักษิณ ในฐานะผู้นำกลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เบื้องหลังการทำงานชิ้นนี้ ซึ่งถือเป็นการร่วมงานกับบริษัทเอกชนเป็นครั้งแรก การก้าวขึ้นมารับผิดชอบผลงานสเกลระดับเมือง ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของสุนทรียภาพ แต่คือการเผชิญหน้ากับ "ความจริงหน้างาน" ที่คอยบ่มเพาะความแข็งแกร่ง

น้องวีเล่าว่า หน้าที่หลักของทีมคือการถ่ายทอดภาพสถานที่ท่องเที่ยวและวัดสำคัญในพื้นที่ ซึ่งจุดที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความประณีตสูงที่สุดคือ รูปจำลองของวัดชเวดากอง แต่สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่ารายละเอียดบนผืนภาพ คือ "ข้อจำกัดของพื้นที่และสภาพอากาศ" อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การทำงานล่าช้า คือความยืดหยุ่นของสัดส่วนกำแพงที่ไม่เท่ากัน ฝั่งหนึ่งเล็ก แต่อีกฝั่งหนึ่งใหญ่และทอดยาว รวมถึงโครงสร้างกำแพงที่มีการแบ่งเป็นชั้น ๆ ทำให้ภาพที่วาดออกมาอาจดูไม่ต่อเนื่อง ผนวกกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ทำให้น้องวีในฐานะพี่ใหญ่ต้องคอยเป็นห่วงสุขภาพของทีมงาน โดยเฉพาะน้อง ๆ ผู้หญิงในทีม

"งานชิ้นนี้เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและยากที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่มันคือเวทีที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผมและทีมน้อง ๆ ได้พัฒนาทักษะทางศิลปะอย่างก้าวกระโดด" – ฮาลาวี โต้โดย (น้องวี)

จากข้อจำกัดดังกล่าว สิ่งที่ยากที่สุดจึงกลายเป็นการฝึก "ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า" น้องวีและทีมต้องช่วยกันจัดองค์ประกอบภาพใหม่ทั้งหมดที่หน้างาน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกับภาพร่าง ที่วางไว้มากที่สุด พร้อม ๆ กับบททดสอบความเป็นผู้นำ ที่ต้องคอยดูแลรุ่นน้องที่มีทักษะหลากหลาย ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต่างออกไปจากการทำงานกับเพื่อนที่รู้ใจ

ความละเอียดอ่อนปลายพู่กัน : มิตรภาพ ความภูมิใจ และก้าวต่อไปในอนาคต

เช่นเดียวกับ น้องอันอัน - นางสาวธนัชชา เตีย นักศึกษาสาขาทัศนศิลป์ ชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ที่ได้มาร่วมงานกับเพื่อนต่างสถาบันเป็นครั้งแรก เธอบอกเล่าถึงความท้าทายในมุมมองที่ต่างออกไป โดยเฉพาะเรื่องของ "ความแม่นยำ" ในการทำงานบนพื้นที่สูง

น้องอันอันเล่าว่า การใช้เทคนิคปลายพู่กันเพื่อเก็บรายละเอียดงานศิลปะให้คมชัดนั้นต้องอาศัยสมาธิอย่างมาก ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับโครงสร้างกำแพงที่แบ่งเป็นชั้น การวาดภาพให้เชื่อมต่อกันระหว่างชั้นบนและชั้นล่างให้ออกมาสมบูรณ์แบบ จึงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความพยายามขั้นสุด นอกจากนี้ อุปสรรคสำคัญที่น้องอันอันต้องรับมือคือสภาพอากาศที่แปรปรวน มีทั้งแดดร้อนจัดและพายุฝน

"ความเหนื่อยล้าจากทั้งแดดและฝนมักจะปลิวหายไปตามสายลมเสมอ เมื่อมีชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา แวะเวียนมาส่งยิ้มและเอ่ยปากชื่นชมผลงานของเรา" – ธนัชชา เตีย (น้องอันอัน)

ความประทับใจที่เกิดขึ้นในโครงการนี้ไม่ได้มีแค่งานศิลปะ แต่น้องอันอันยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากพี่ ๆ ทีมงานหาดทิพย์ที่คอยดูแลซัพพอร์ตทุกอย่างเป็นอย่างดี รวมถึงมิตรภาพจากเพื่อนใหม่มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่คอยช่วยเหลือและเรียนรู้การแก้ปัญหาหน้างานไปด้วยกัน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่น้องอันอันก็อดชื่นชมในความเก่งของทีมไม่ได้ ที่ช่วยกันเนรมิตผลงานออกมาได้สวยงามเกินความคาดหมาย

ความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจที่ผลงานชิ้นนี้จะคงอยู่คู่กำแพงไปอีกนับสิบปี ทำให้น้องอันอันตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะนำประสบการณ์การทำงานในสถานที่จริง ร่วมกับบริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ไปต่อยอดลงในแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่น และใช้เป็นใบเบิกทางสำคัญในการสมัครฝึกงาน รวมถึงการก้าวเดินในสายอาชีพศิลปะต่อไปในอนาคต

ร้อยเรียงเรื่องราวเมืองแร่นอง : ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านสายตาคนรุ่นใหม่

เบื้องหลังสีสันที่สดใสบนกำแพง คือการทำการบ้านอย่างหนักของทีมนักศึกษา เพื่อถอดรหัสและถ่ายทอดเสน่ห์ของจังหวัดระนอง ภาพจิตรกรรมเหล่านี้คือการหยิบเอาอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาหญ้า บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน นกเงือก วิถีชีวิตการร่อนแร่ หรือรถสองแถวกะเปอร์ โดยมี "น้องกาหยู" มาสคอตประจำจังหวัดมาเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่อง ทำให้ภาพที่ออกมาไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความร่วมสมัยที่เข้าถึงง่าย และปลุกความภาคภูมิใจในรากเหง้าของชาวระนองได้อย่างแยบยล

มากกว่าความสวยงาม คือข้อความถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลงานศิลปะชิ้นนี้ยังรับหน้าที่เป็นมากกว่าจุดเช็คอินถ่ายรูป แต่คือกระบอกเสียงที่สื่อสารผ่านความเงียบและสีสัน เพื่อเน้นย้ำถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ทุกรอยแปรงที่วาดลวดลายของสายน้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่า คือการเชิญชวนให้ผู้ที่เดินผ่านไปมาได้หยุดมอง และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปะบนกำแพงจึงกลายเป็นสื่อกลางที่ช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรักษ์โลก ให้ค่อย ๆ งอกงามในใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

รอยยิ้มหลังกำแพง : พื้นที่แห่งโอกาสและการจับมือกันเพื่อความยั่งยืน

ความสำเร็จของกำแพงแห่งนี้ เป็นภาพสะท้อนของการจับมือกันระหว่างองค์กรและสถาบันการศึกษา ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง การมอบความไว้วางใจให้เยาวชนได้ลงมือทำ คือการสร้างความเชื่อมั่นและเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่กำแพงที่สวยงามโดดเด่น แต่คือการร่วมสร้างบุคลากรคุณภาพที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของสังคม

สิ่งที่ทำให้หัวใจของศิลปินกลุ่มนี้พองโตที่สุด คือการได้เห็นว่ากำแพงทั้ง 13 ช่อง ได้เปลี่ยนทัศนียภาพของเมืองให้สวยงามขึ้น การได้มอบประสบการณ์และสีสันใหม่ ๆ ให้แก่ชุมชน คือพลังบวกที่สะท้อนกลับมาเติมเต็มหัวใจ

วันนี้... กำแพงหาดทิพย์สาขาระนอง ไม่ได้เป็นเพียงผลงานจิตรกรรม แต่เป็นเสมือนประกาศนียบัตรใบใหญ่ที่ยืนยันถึงศักยภาพ การเติบโต และความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ ที่จะยังคงหายใจและสร้างแรงบันดาลใจร่วมกับชาวระนองต่อไปอีกแสนนาน

ปักหมุดแห่งแรงบันดาลใจ

หากใครมีโอกาสแวะเวียนไปเยือนเมืองระนอง ลองแบ่งเวลาสักนิดเพื่อไปหยุดยืนชื่นชมผลงานจิตรกรรมที่มีชีวิตเหล่านี้ได้บริเวณริมกำแพง บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สาขาระนอง ไปซึมซับเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านปลายพู่กันของคนรุ่นใหม่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อรอยยิ้มและพลังบวกให้กับเยาวชนคนเก่งของเรากันนะครับ