จากบ่อกุ้งสู่แปลงจาก: เปิดบันทึก 24 ปี หัวใจนักอนุรักษ์แห่งขนาบนาก

30 มกราคม 2569
🌾จากบ่อกุ้งสู่แปลงจาก: เปิดบันทึก 24 ปี หัวใจนักอนุรักษ์แห่งขนาบนาก

ยามเช้าในตำบลขนาบนาก แสงแดดสีทองค่อย ๆ สาดผ่านใบจากที่เรียงรายอยู่เต็มผืนนา ลมทะเลพัดแผ่วพาเสียงคลื่นมากระทบขอบบ่อเก่า กลิ่นโคลนเค็มคลุ้งแตะจมูก คล้ายกำลังเล่าเรื่องบางอย่างของผืนดินแห่งนี้

ที่นี่คือ ไร่จันทรังษี ศูนย์การเรียนรู้การทำน้ำตาลจาก ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 24 ปี ภายใต้การดูแลของชายผู้หนึ่ง “ลุงโกวิทย์” ชาวบ้านผู้เลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติ และใช้หัวใจรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย

การเปลี่ยนผ่านจากอาชีพเดิม...สู่การอนุรักษ์

“แต่ก่อนลุงเลี้ยงกุ้ง 3 บ่อ บ่อแรก บ่อที่สองก็ยังได้ผลดี บ่อที่สามเลี้ยงไปสักพักทำให้เกิดน้ำเสีย ลุงก็รู้เลยว่า ทำต่อไปคงไม่ดีแล้ว... เลยหยุดไว้หนึ่งบ่อ” เสียงของลุงโกวิทย์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์

จากบ่อกุ้งที่เคยสร้างรายได้ กลายเป็นบ่อว่างเปล่า และนั่นเองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

เมื่อลูกสาวของลุงโกวิทย์ ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ ได้นำอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นจาก มาพบ เพราะท่านกำลังมองหาพื้นที่ทดลองปลูกต้นจากในตำบลขนาบนาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกต้นจาก พร้อมชวนให้ใช้พื้นที่ว่างทดลองปลูกต้นจาก คำชวนที่เรียบง่ายกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ลุงโกวิทย์เริ่มต้นเส้นทางใหม่ ด้วยหัวใจที่พร้อมเปิดรับสิ่งไม่คุ้นเคย และนั่นคือวันที่บ่อกุ้งร้างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “แปลงต้นจากแห่งชีวิต”

การทดลองที่กลายเป็นบทเรียนของชีวิต

ด้วยคำแนะนำจากอาจารย์ ลุงโกวิทย์เริ่มทดลองปลูกต้นจากสามแถว — แถวหนึ่งรดน้ำเค็ม อีกแถวใช้น้ำกร่อย และอีกแถวรดน้ำจืด ผลปรากฏว่า ต้นจากที่รดน้ำเค็มตายหมด เหลือเพียงต้นจากในน้ำจืดและน้ำกร่อยที่เติบโตแข็งแรง

ผลทดลองเล็ก ๆ ในวันนั้น กลายเป็นบทเรียนสำคัญ และเป็นก้าวแรกของ “ศูนย์การเรียนรู้ไร่จันทรังษี” ที่ภายหลังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องต้นจากที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ไม่นานนัก แปลงจากของลุงกลายเป็นจุดสนใจ นักเรียนจากหลากหลายแห่ง รวมถึงจากญี่ปุ่น เดินทางมาศึกษาดูงาน ลุงโกวิทย์จึงได้รับการยกย่องให้เป็น “คนแรกที่ปลูกต้นจากในบ่อกุ้ง” และเปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ต้นจากตำบลขนาบนาก” อย่างเป็นทางการ

ศูนย์เรียนรู้แห่งรอยยิ้ม

ศูนย์เรียนรู้ของลุงโกวิทย์เปิดต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและจริงใจ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกคนสามารถมาเรียนรู้ ทดลอง และสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด

“พอลุงได้ต้อนรับเด็ก ๆ นะ ลุงมีความสุขมากเลย เห็นเขาได้ลองทำ ได้เรียนรู้ ลุงก็ปลื้มใจ” น้ำเสียงของลุงโกวิทย์เปี่ยมด้วยความภูมิใจและรอยยิ้มอันอบอุ่น

ภายในศูนย์มีฐานการเรียนรู้ถึง 8 ฐาน เช่น การทำตับจาก การทำนมจาก การทำน้ำผึ้งจาก และการทำน้ำตาลจาก เป็นต้น

“เด็ก ๆ ได้ลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตนเอง” ลุงเล่าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และหนึ่งในความทรงจำที่ลุงโกวิทย์ภาคภูมิใจที่สุด คือวันที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเยี่ยมชมศูนย์ เหตุการณ์นั้นทำให้ศูนย์เล็ก ๆ แห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ต้นจาก...พืชมหัศจรรย์ที่ไม่มีส่วนใดถูกทิ้ง

ลุงโกวิทย์ยิ้มพลางเอื้อมมือสัมผัสใบจากที่ไหวเบา ๆ “ต้นจากนี่นะ ทุกส่วนมีประโยชน์หมด ไม่มีอะไรทิ้งได้เลย”

  • ยอดจาก ใช้ทำมวนยาสูบ ทำขนมเปรี้ยว หรือจักสานเป็นตะกร้าและตับมุงหลังคา
  • ใบเพลา (ใบที่ไม่แก่ไม่อ่อน) ใช้ห่อนมจาก
  • ใบแก่ ใช้มุงหลังคา ทำฝาบ้าน หรือคอกสัตว์
  • ทางจาก ใช้ทำไม้กวาด ซึ่งเป็นไม้กวาดหลักของชาวบ้านในอดีต
  • ลูกจาก ใช้ทำขนมลูกชิดและของหวานเย็น
  • ดอกจาก ต้องผ่านกระบวนการนวด ตี และปาดเพื่อให้น้ำหวานไหล “ถ้าไม่นวดไม่ตี น้ำหวานไม่ออก” ลุงโกวิทย์กล่าว

น้ำหวานเหล่านี้ คือ หัวใจสำคัญของการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ได้แก่ น้ำตาลไซรัป น้ำตาลผง และน้ำตาลปึก ซึ่งกลายเป็นสินค้า OTOP ขึ้นชื่อของตำบลขนาบนาก

สายพันธุ์ต้นจาก...เรื่องเล่าของชุมชน

ต้นจากในตำบลขนาบนากมีหลากหลายสายพันธุ์ ชาวบ้านเรียกชื่อตามลักษณะเฉพาะ เช่น พันธุ์พักนั่ง, พันธุ์อีเพลง, และพันธุ์อีเหลง ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ต่างมีเอกลักษณ์และมีเรื่องราว เหมือนคนในชุมชนที่ต่างแต่ก็พึ่งพาอาศัยกัน

ความท้าทายในข้างวันหน้า

“ต่อไปคนทำน้อยลงแล้ว เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักต้นจาก” ลุงโกวิทย์พูดด้วยแววตาเศร้าแต่แฝงไปด้วยความหวัง

ทุกวันนี้ พื้นที่ปลูกจากหลายแห่งถูกแทนที่ด้วยสวนมะพร้าวและสวนปาล์ม แต่ลุงโกวิทย์ยังคงเชื่อมั่นในคุณค่าของต้นจาก และอยากส่งต่อความรู้ให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจว่า “ต้นจากคือรากเหง้าของชีวิตริมปากน้ำ”

ลุงจึงอยากฝากถึงคนรุ่นหลังว่า “อย่าทิ้งต้นจากนะลูก มันมีประโยชน์มาก ถ้าไม่มีคนสืบต่อ ต่อไปมันจะหมดไปจากบ้านเรา” คำพูดที่เปี่ยมด้วยพลังและความรักในรากเหง้าของชุมชน

ทำในสิ่งที่รัก แล้วจะไม่เหนื่อยเลย

กว่า 24 ปี ที่ลุงโกวิทย์ดูแลไร่จันทรังษี มีนักเรียนกว่า 300 คนต่อวัน แวะเวียนมาเรียนรู้ บางวันมากถึง 350 คน แต่สิ่งที่ลุงภูมิใจที่สุดคือ “รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ” ที่ได้เรียนรู้จากธรรมชาติจริง ๆ

“ทำในสิ่งที่รัก แล้วเราจะมีความสุขกับมัน” ประโยคสั้น ๆ ของลุงโกวิทย์ กลับสะท้อนถึงความหมายอันยิ่งใหญ่ของชีวิตคนธรรมดาผู้ทำงานด้วยหัวใจ

ฝากถึงลูกหลาน

“อย่าลืมสืบทอดการทำน้ำตาลจากไว้ในตำบลขนาบนากนะลูก เพราะต้นจากมันมีประโยชน์มาก มันคือชีวิตของเรา” คำฝากของ ลุงโกวิทย์ แห่งไร่จันทรังษี ไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่คือเสียงสะท้อนของหัวใจคนรุ่นเก่า ที่อยากเห็นรากเหง้าของบ้านเกิดยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในแผ่นดิน

ให้กลิ่นหอมหวานของ “น้ำตาลจาก” ยังคงลอยอยู่ในลมทะเลแห่งขนาบนาก ให้เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ยังคงก้องอยู่ในสวนจาก และให้ภูมิปัญญาที่เรียบง่ายนี้ อยู่คู่ชุมชนภาคใต้ตราบนานเท่านาน 🍃

ออกเดินทางไปสัมผัสความหวาน... ที่ไร่จันทรังษี

หากเรื่องเล่าของลุงโกวิทย์ทำให้คุณเริ่มคิดถึงกลิ่นลมทะเลและรสชาติหอมหวานของน้ำตาลจาก เราอยากชวนคุณให้ลองจัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ที่ไร่จันทรังษี ไม่ได้มีเพียงบทเรียนเรื่องการเกษตร แต่มีหัวใจของชายผู้รักษารากเหง้าของบ้านเกิดรอต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/oVayJcuMB7dWhbsX8

วันและเวลา: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น.

ค่าใช้จ่าย: เปิดให้เข้าเรียนรู้ ฟรี (สำหรับคณะดูงานจำนวนมาก แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าเพื่อเตรียมฐานการเรียนรู้)

Facebook: ไร่จันทรังษี

เบอร์โทรศัพท์ สำหรับติดต่อศึกษาดูงานเยี่ยมชม: 085-7845321 (ลุงโกวิทย์)

เบอร์โทรศัพท์ สำหรับสั่งซื้อ-สอบถามผลิตภัณฑ์: 087-2924389 หรือ 081-2730379