Haadthip Journey
Memories Beach: บ้านหลังใหญ่ของคนรักกระดานโต้คลื่นแห่งอันดามัน

Memories Beach: บ้านหลังใหญ่ของคนรักกระดานโต้คลื่นแห่งอันดามัน
เบื้องหลังผืนน้ำสีครามประกายระยิบระยับและเสียงหัวเราะสนุกสนานของเหล่านักโต้คลื่นจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือโชคช่วย


หากแต่เรื่องราวทั้งหมดถูกร้อยเรียงและก่อร่างสร้างขึ้นมาจากความรัก ความสูญเสีย ความกล้าหาญ และหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาของชายผู้เป็นหัวเรือใหญ่ คุณมนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง หรือที่ทุกคนเรียกขานด้วยความเคารพรักว่า "พี่ฉิ่ง" ผสานพลังกับผู้เจียระไนความฝันอย่าง "พี่บอย" โค้ชเซิร์ฟทีมชาติไทย ควบคู่ไปกับแรงสนับสนุนจาก "บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)" พันธมิตรที่คอยเคียงข้างและก้าวเดินมาด้วยกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น


เขาหลัก สวรรค์แห่งอันดามัน จุดหมายปลายทางระดับโลก
เมื่อเอ่ยชื่อ "เขาหลัก" จังหวัดพังงา ภาพแรกที่ปรากฏในใจของนักเดินทางทั่วโลกคือ สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่ทอดตัวยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเลอันดามัน ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ผืนป่าบรรจบกับผืนน้ำ หาดทรายขาวละเอียดที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร และแนวทิวสนที่คอยให้ร่มเงา ทำให้เขาหลักกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ชาวต่างชาติจากทุกมุมโลกต่างลิสต์ไว้ว่าต้องมาเยือนสักครั้งเพื่อชาร์จพลังชีวิตและซึมซับความเงียบสงบ
แต่ท่ามกลางความงดงามอันเงียบสงบที่หลายคนคุ้นเคยนั้น หากเราขับรถลัดเลาะลึกลงไปจนถึงพื้นที่ปลายแหลมที่ชาวบ้านเคยเรียกขานกันติดปากว่า "บางขยะ" เราจะได้พบกับอีกหนึ่งจังหวะชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ ผืนทรายอันเวิ้งว้างในอดีตแห่งนี้ ในปัจจุบันได้กลายมาเป็น "บ้าน" ที่อบอุ่นที่สุดของวงการโต้คลื่นเมืองไทย บนหาด Memories Beach และ โรงเรียน Memories Surfhouse

จุดเริ่มต้นจากความทรงจำและรอยแผล เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นอนุสรณ์แห่งชีวิต
เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เริ่มต้นบนกระดานเซิร์ฟ แต่เริ่มต้นจากความผูกพันลึกซึ้งในวัยเยาว์ สมัยที่พี่ฉิ่ง ยังเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับมาเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง และสัมผัสหาดทรายอันบริสุทธิ์แห่งนี้ในช่วงปิดเทอมเสมอ ภาพของท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ลมทะเลที่พัดผ่าน และความเรียบง่ายของวิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่น คือภาพจำที่ฝังตรึงอยู่ในหัวใจของเขาอย่างแน่นแฟ้น จนทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นเคยตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า สักวันหนึ่งเมื่อเติบโตขึ้น เขาจะต้องกลับมาสร้างสรรค์พื้นที่ตรงนี้ เปิดเป็นร้านอาหารและบาร์ริมทะเล เพื่อต้อนรับผู้คนด้วยความอบอุ่นในแบบฉบับของชาวใต้
ทว่า เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อพายุแห่งโชคชะตาโถมกระหน่ำอย่างรุนแรงในเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ได้พรากบุคคลในครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของพี่ฉิ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ เหลือไว้เพียงความเงียบงัน ซากปรักหักพัง และความโศกเศร้าที่ยากจะลบเลือน

ในยามที่หลายคนอาจเลือกที่จะหันหลังให้ทะเลและหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น แต่สำหรับพี่ฉิ่งแล้ว ความผูกพันที่มีต่อผืนแผ่นดินเกิดกลับเรียกร้องให้เขากลับมาเยียวยาทุกสิ่งด้วยสองมือ เขาตัดสินใจลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้งบนซากปรักหักพังเดิม แต่แทนที่จะพยายามลบภาพความเจ็บปวดทิ้งไป เขากลับเลือกที่จะโอบกอดอดีตเอาไว้ด้วยความเข้าใจ ตั้งชื่อกิจการใหม่ของตนเองว่า "Memories" เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ความคิดถึง และความทรงจำนิรันดร์ที่มีต่อครอบครัว ก่อนที่กาลเวลาจะค่อย ๆ พลิกฟื้นผืนทรายแห่งความเศร้าสร้อย ให้กลายเป็นลานกว้างแห่งมิตรภาพและความหวังในเวลาต่อมา


เมื่อหน้ามรสุมกลายเป็นจุดกำเนิดของคลื่นลูกใหม่ ที่ Memories Surfhouse
ในช่วงปีแรก ๆ หลังจากที่ Memories Beach Bar เปิดให้บริการ บรรยากาศของที่นี่ดำเนินไปตามจังหวะชีวิตของการท่องเที่ยวทั่วไป คือคึกคักในช่วง High Season ที่นักท่องเที่ยวเดินทางหนีหนาวมาพักผ่อน แต่พอย่างเข้าสู่ฤดูมรสุมหรือ Low Season เมื่อใด ทะเลพังงากลับแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย คลื่นลมแรง และทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบเหงาไร้ผู้คน จนแทบไม่มีใครกล้าทำกิจกรรมใด ๆ ริมชายหาด

ทว่า ในความเงียบสงบและพายุลมฝนที่โหมกระหน่ำนั้นเอง สายตานักสังเกตการณ์ของพี่ฉิ่งกลับมองเห็นภาพที่น่าทึ่ง กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มเล็ก ๆ หอบหิ้วกระดานยาวย่างก้าวฝ่าสายฝนลงไปท้าทายกับเกลียวคลื่นสูงใหญ่กลางทะเล ด้วยความสงสัยประกอบกับเลือดนักสู้ในตัวที่ชอบความท้าทาย พี่ฉิ่งจึงตัดสินใจเดินเข้าไปพูดคุย สอบถาม และขอเรียนรู้กระบวนการเล่นเซิร์ฟจากชาวต่างชาติเหล่านั้นอย่างไม่ลังเล


จากวันแรกที่ลองผิดลองถูก ทรงตัวบนบอร์ดแล้วร่วงลงน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาสามารถยืนขึ้นบนยอดคลื่นได้สำเร็จ พี่ฉิ่งจึงกลายเป็น ผู้บุกเบิกการเล่นเซิร์ฟในพื้นที่อย่างแท้จริง เขาใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับผืนน้ำแห่งนี้ยาวนานกว่า 17 ปี จาก บาร์ริม หาดเล็ก ๆ จึงค่อย ๆ ขยายขอบเขตและยกระดับขึ้นสู่การเป็น Memories Surfhouse โรงเรียนสอนเซิร์ฟมาตรฐานที่มีครูผู้เชี่ยวชาญทั้งคนในท้องถิ่นและผู้ฝึกสอนมืออาชีพกว่า 20 ชีวิตหมุนเวียนกันมาถ่ายทอดวิชาและความปลอดภัย กลายเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุด สำหรับใครก็ตามที่อยากจะเรียนรู้การโต้คลื่นในประเทศไทย



พลังจากพันธมิตรที่เชื่อมั่นแห่งความยั่งยืน
เมื่อพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้คอมมูนิตี้เซิร์ฟเล็ก ๆ แห่งนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหน้าเป็นตาของประเทศได้ พี่ฉิ่งได้บอกเล่าด้วยรอยยิ้มว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะมีพันธมิตรที่มองเห็น "คุณค่า" ของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริงคอยเดินอยู่เคียงข้าง
"ผมพูดเสมอว่า การจะสร้างฝันอันยิ่งใหญ่บนผืนทรายที่ห่างไกลความเจริญในยุคนั้น ลำพังแค่แรงกายของผมหรือคนในชุมชนย่อมไม่พอครับ เราโชคดีมากที่ตลอดเส้นทางนี้ เรามี บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่อยู่ เคียงข้างกับ Memories Beach มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก


ย้อนกลับไปตอนนั้น คำว่า “เซิร์ฟ” แทบไม่มีใครรู้จัก แต่พวกเขาคือองค์กรเอกชนกลุ่มแรก ๆ ที่เดินเข้ามาหาเรา เขาไม่ได้เข้ามาในฐานะผู้สนับสนุนทางธุรกิจแบบผิวเผิน แต่เราสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เขาต้องการเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ และเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับเยาวชนท้องถิ่นจริง ๆ
เพื่อนร่วมทางคนนี้คอยประคับประคองให้พวกเราก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากเดิมที่ผมและกลุ่มเพื่อนต้องควักเงินส่วนตัวจัดงานแข่งกันเองแบบปากกัดตีนถีบ พอมีคนเข้ามาช่วยสนับสนุนทรัพยากร งานแข่งขันเซิร์ฟประจำปีของเราก็ถูกยกระดับให้มีมาตรฐานระดับสากล


"และที่ผมภูมิใจที่สุดเลยนะ คือการเข้ามาช่วยดันน้อง ๆ กลุ่ม Moo Ping Surf Team ซึ่งก็คือลูกหลานในชุมชนของเรานี่แหละจนเด็ก ๆ มันไปถึงฝัน ได้ใส่เสื้อติดธงทีมชาติกันจริง ๆ การมีเพื่อนร่วมทางที่คอยหนุนหลังกันแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้เซิร์ฟมันไม่ใช่แค่กีฬา แต่มันกลายเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ และหล่อเลี้ยงปากท้องของคนในชุมชน"



คำบอกเล่าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของพี่ฉิ่ง สอดคล้องกับมุมมองของ คุณวรนินทร์ อัษฎามงคล Chief Sales Officer (CSO) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนขององค์กรที่ร่วมสนับสนุนและเฝ้ามองการเติบโตของหาดแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง
"ภาพที่ผมเห็นทุกครั้งที่มาเยือน Memories Beach มันมีเสน่ห์และมีพลังมากครับ เราไม่ได้เห็นแค่นักท่องเที่ยวที่มาแล้วก็ไป แต่เราเห็น “ครอบครัว” เห็นความทุ่มเทของพี่ฉิ่งที่ลุกขึ้นจากความสูญเสีย เห็นความตั้งใจของโค้ชบอย และที่สำคัญที่สุดคือ เราเห็นเด็ก ๆ ในพื้นที่ที่แสดงความสามารถของตัวเอง สำหรับหาดทิพย์แล้ว เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่สปอนเซอร์ แต่เราคือ “เพื่อน” ที่อยากเห็นเพื่อนเติบโต การได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยสนับสนุนเวทีการแข่งขันให้เด็ก ๆ ได้โชว์ศักยภาพจนก้าวไปสู่ระดับชาตินั้น คือความภูมิใจของเราเช่นกัน เพราะเราเชื่อเสมอว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนที่สุด คือการช่วยสร้างคนและสร้างอาชีพให้พวกเขาสามารถดูแลบ้านเกิดของตัวเองได้ต่อไป นอกจากนี้ ลึก ๆ แล้ว เรายังมีความฝันร่วมกันกับทุกคนที่นี่ว่า วันหนึ่ง Memories Beach จะกลายเป็นหนึ่งใน World's best surf destinations ซึ่งผมว่าทุกวันนี้เราเข้าใกล้ความฝันนี้เข้าไปทุกทีแล้ว" คุณวรนินทร์กล่าวเสริม

เจียระไนฝันบนผืนน้ำ จากพื้นทรายสู่ธงไตรรงค์
ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองว่าเซิร์ฟคือเครื่องมือในการสร้างคน จึงเป็นที่มาของสโลแกนประจำใจที่พี่ฉิ่งมักจะปลุกเร้าเด็ก ๆ เสมอว่า "สนุกแล้วไปหยุดที่โอลิมปิก" การจะสานฝันสโลแกนนี้ให้เป็นจริง ย่อมต้องอาศัยผู้เจียระไนฝีมือเยี่ยม ซึ่งนั่นคือบทบาทของ "โค้ชบอย-พงศกร เพ็ญนวลออง" Head Coach สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย และอาจารย์ด้านความปลอดภัยทางน้ำจากชมรม Phuket Lifeguard Service ที่เข้ามาช่วยเคี่ยวกรำทักษะให้กับเด็ก ๆ



เมื่อถามถึงเส้นทางการปั้นเด็กสักคน โค้ชบอยบอกเล่าด้วยความจริงจังว่าต้องใช้เวลาฟูมฟักยาวนานถึง 5-6 ปี พวกเขาอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น ทว่ากุญแจสำคัญที่โค้ชบอยมองเห็นคือ "ความมุ่งมั่น" และ"วินัยในการทำงานหนัก" สิ่งแรกที่โค้ชบอยปลูกฝังไม่ใช่ท่วงท่าที่สวยงาม แต่คือ “ทักษะการเอาตัวรอด” เด็ก ๆ จะถูกฝึกให้คุ้นเคยกับทะเลลึก ดำน้ำลงไปเก็บทรายที่ระดับความลึก 2-3 เมตร การปูพื้นฐานความปลอดภัยที่แน่นหนานี้เอง ที่ช่วยกะเทาะเปลือกความกลัว ทำให้พวกเขากล้าที่จะเผชิญหน้ากับทะเลด้วยความสุข
บททดสอบที่ยากที่สุดกลับไม่ใช่ธรรมชาติ แต่คือ “ช่วงวัยรุ่น” วิธีรับมือของโค้ชบอยคือการใช้ “ความสนุก” นำทาง เขาเปลี่ยนการซ้อมที่จำเจเป็นการจัดทริปตระเวนพาเด็ก ๆ ขึ้นรถตู้ไปลองเล่นเซิร์ฟตามหาดต่าง ๆ เพื่อดึงหัวใจให้อยากกลับมาอยู่กับกระดานโต้คลื่นอีกครั้ง ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากผู้ใหญ่ใจดีอย่างพี่ฉิ่ง และพันธมิตร ที่เข้ามาช่วยดูแลปัจจัยแวดล้อม ทำให้เด็ก ๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำความฝันให้เป็นจริง


ก้าวข้ามความกลัว สู่การเป็นตัวแทนชาติ เรื่องเล่าของ "น้องนาย"
ผลลัพธ์อันงดงามของการบ่มเพาะทั้งหมด ฉายภาพชัดเจนที่สุดผ่านตัวตนของ "น้องนาย-ณัฐกร แซ่เอี่ยว" นักกีฬาเซิร์ฟบอร์ดทีมชาติไทย ผู้เป็นเสมือนผลผลิตแห่งความมุ่งมั่นของ Memories Beach
เส้นทางของน้องนายเริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ทว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เขาเคยโดนคลื่นตีจนจมน้ำ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฝังใจที่ทำเอาเด็กน้อยในวันนั้นเกือบจะหันหลังให้ทะเลตลอดกาล แต่ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้และลึก ๆ แล้วกีฬานี้มันมีความ "สนุก" ซ่อนอยู่ เขาจึงตัดสินใจกลับมาหยิบบอร์ดอีกครั้ง
ความกลัวยังคงตามมาหลอกหลอนเมื่อต้องพายบอร์ดออกไปเจอคลื่นมรสุมลูกใหญ่ที่หาด Memories Beach แต่น้องนายอาศัยการสังเกตและเรียนรู้ว่า คลื่นลูกใหญ่ด้านนอกนั้นมอบอิสระให้เขายืนบนบอร์ดได้ยาวนานกว่าคลื่นเล็ก ๆ หน้าหาด การตัดสินใจพายฝ่าคลื่นออกไปในวันนั้น คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างแท้จริง

จากเด็กที่เล่นเซิร์ฟเพียงเพื่อความสนุกสนาน ไร้ซึ่งเป้าหมาย จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขารับรู้ว่า "พี่ฉิ่ง" (ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณลุงแท้ ๆ) มีความฝันที่อยากจะปั้นเด็กไทยไปแข่งขันในต่างประเทศ ประกอบกับการมีองค์กรพันธมิตรที่เชื่อมั่น และคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง การมองเห็นศักยภาพจากผู้ใหญ่ กลายเป็นฟืนชั้นดีที่เติมไฟแห่งความฝัน ให้น้องนายมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม
ทะเลที่เขาหลัก สอนน้องนายว่า มองจากบนบกอาจเห็นว่าเรียบสงบ แต่เมื่อลงไปสัมผัสจริงกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ไม่คาดคิด สิ่งนี้สอนให้น้องนายต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ เขาต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงทั้งบนบก และในน้ำเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อแลกกับการแข่งขันจริงที่กินเวลาเพียง 15-20 นาที โดยมีคำสอนของโค้ชบอยที่ดังก้องอยู่ในหัวเสมอว่า "ทำให้เต็มที่ ทำตามแผนที่วางไว้" และ "ทำเพื่อตัวเอง และทำเพื่อประเทศชาติ"
น้องนายในวัย 19 ปี การได้ก้าวขึ้นมาสวมเสื้อที่มีธงชาติไทยติดอยู่ที่หน้าอก เป็นสิ่งที่น้องนายยอมรับว่าเหมือนฝันไป ความมุ่งมั่นของน้องนายยังคงเปี่ยมล้น โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้พาตัวเองไปยืนอยู่ในเวทีโอลิมปิก หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อยากจะเป็นแรงบันดาลใจเพื่อเห็นเด็กรุ่นน้องชาวไทย ได้มีโอกาสไปโลดแล่นในเวทีระดับโลกเช่นกัน

Cr.Thailand Surfing Federation
และล่าสุดช่วงต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 คลื่นลูกใหม่ของเขาหลักก็ไม่ได้มีเพียงลูกเดียว เพราะบนผืนทรายผืนเดียวกันนี้ ยังมี "น้องลลนา สิ้นโศรก" เด็กหญิงที่เติบโตมากับเสียงคลื่นและลมทะเลของเขาหลัก จังหวัดพังงา ก่อนจะก้าวเข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับทีม Moo Ping Surf Team เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ในชุมชนเดียวกัน หลายฤดูมรสุมที่เธอทุ่มเทให้กับการฝึกฝน เมื่อเธอสามารถคว้าแชมป์ในรุ่น Under 18 Girls Longboard แชมป์เอเชีย ศึก Grom Patrol Grand Final 2026 ที่หาดคูตา บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มาครองได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และกลายเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเขาหลักและ Memories Beach เรื่องราวของเธอเป็นเครื่องยืนยันว่า ทะเลผืนนี้ไม่ได้เปิดประตูให้เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง แต่โอบรับเด็กทุกคนที่กล้าจะพายออกไปหาคลื่นของตัวเอง




รอยยิ้มบนผืนทรายที่ไม่มีวันจางหาย
ปัจจุบันนี้ เมื่อก้าวเท้าลงสู่ Memories Beach สิ่งที่คุณจะสัมผัสได้ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แต่คือบรรยากาศของ "บ้านหลังใหญ่" ที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพ ความเกื้อกูล และเสียงหัวเราะของเยาวชนรุ่นใหม่
สถานที่แห่งนี้ได้ทำหน้าที่แปลงความโศกเศร้าจากอดีต ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ เป็นพื้นที่สานฝันที่เปิดกว้างให้กับทุกคน โดยมีเรื่องราวความมุ่งมั่นของ พี่ฉิ่ง-คุณมนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้ไม่เคยยอมแพ้, โค้ชบอย-พงศกร ผู้เจียระไนความฝัน, หยาดเหงื่อของน้องนาย-ณัฐกร แซ่เอี่ยว ที่ก้าวข้ามความกลัว ประสานเข้ากับพลังเกื้อหนุนจากเพื่อนร่วมทางอย่างหาดทิพย์ กลายเป็นบทบันทึกที่พิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า...ตราบใดที่เรายังมีวินัย มีความมุ่งมั่น และมีหัวใจที่เชื่อมั่น คลื่นลูกใหม่แห่งโอกาสก็จะยังคงซัดสาดเข้าสู่หาดทรายแห่งนี้ เพื่อสร้างอนาคตที่งดงามให้แก่เยาวชนไทยอย่างไม่มีวันสิ้นสุด