Haadthip Journey
ส่งต่อทักษะกู้ภัย สู่แนวร่วม "อาสาสมัครหาดทิพย์" ปกป้องชุมชน

ส่งต่อทักษะกู้ภัย สู่แนวร่วม "อาสาสมัครหาดทิพย์" ปกป้องชุมชน
วิถีชีวิตของคนใต้ผูกพันกับสายน้ำและฤดูมรสุมมายาวนาน เมื่อฤดูน้ำหลากหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาเยือน ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและมวลน้ำที่ไร้ทิศทาง กลุ่มคนแรก ๆ ที่เสี่ยงภัยเข้าไปยืนอยู่เคียงข้างผู้ประสบภัยเสมอคือเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พวกเขาคือ "ฮีโร่ตัวจริง" ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาทุกชีวิตและโอบประคองชุมชนให้ก้าวผ่านความยากลำบาก
แต่ด้วยพื้นที่รับผิดชอบที่กว้างขวาง ภารกิจกู้ภัยจึงเป็นงานที่หนักหน่วงและท้าทาย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ตระหนักดีว่า การรับมือกับภัยพิบัติที่ยั่งยืนที่สุด ไม่ใช่เพียงการรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่คือการสร้าง "แนวร่วม" ในชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในเบื้องต้น
แนวคิดนี้เองที่เปิดประตูให้ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรเอกชนที่เติบโตคู่กับชุมชน ได้ขออาสาก้าวเข้ามาเป็น "ผู้ช่วย" และ "นักเรียน" ที่พร้อมจะแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่รัฐ ผ่านการส่งทีมพนักงาน 20 ชีวิต เข้ารับการฝึกฝนในหลักสูตรเฉพาะทาง “ทักษะการควบคุมเรือท้องแบน” ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของครูฝึก จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา


ฝ่ากระแสน้ำ ห้องเรียนที่เสียงเครื่องยนต์คำรามแทนเสียงกระดิ่ง
บรรยากาศการฝึกซ้อมภาคปฏิบัติเต็มไปด้วยความตื่นตัวและจริงจัง ไม่มีห้องเรียนติดแอร์ มีเพียงผืนน้ำ แสงแดด และเสียงเครื่องยนต์ท้ายเรือที่คำรามก้องกังวานแข่งกับเสียงลมในอากาศ อาสาสมัครหาดทิพย์ทั้ง 20 คน ในชุดชูชีพสีแดงสะดุดตา ต่างผลัดเปลี่ยนกันกุมหางเสือ โดยมีเจ้าหน้าที่ ปภ. คอยประกบให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ครูฝึกจาก ปภ. สอนให้เหล่าอาสาสมัครได้รู้ว่า การขับเรือกู้ภัยไม่ใช่แค่การบิดคันเร่งให้เรือพุ่งไปข้างหน้า แต่คือการเรียนรู้ที่จะ "อ่าน" ธรรมชาติ กะจังหวะเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางใต้น้ำ รักษาความสมดุลเมื่อต้องปะทะกับกระแสน้ำเชี่ยว และควบคุมความเร็วให้พอดี ทุกครั้งที่หัวเรือเชิดขึ้นรับคลื่น คือบททดสอบความนิ่งของจิตใจ เพื่อให้พนักงานธรรมดา ๆ เหล่านี้สามารถนำพาเรือเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัยที่สุดในฐานะหน่วยสนับสนุน


มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อ "เรือกู้ภัย" ไม่ใช่ของเล่น
การทำงานแข่งกับเวลาและกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์ แต่คือความจริงที่ผู้ปฏิบัติงานต้องเผชิญ ภายใต้ความกดดันที่หมายถึงชีวิตคน ทุกวินาทีจึงต้องอาศัยทั้งสติที่มั่นคงและทักษะที่แม่นยำ ไร้ข้อผิดพลาด พี่ริน-สุรินทร์ วีระสุข หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ชายผู้คุ้นเคยกับความเกรี้ยวกราดของสายน้ำ ในฐานะผู้นำการฝึกซ้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงอันหนักอึ้งและมุมมองที่ลึกซึ้งถึงความท้าทายของงานกู้ภัย โดยเฉพาะเมื่อต้องควบคุมพาหนะที่เป็นดั่งหัวใจหลักอย่างเรือท้องแบนว่า
"เรือท้องแบนมีข้อดีคือใช้ขนส่งเสบียงและอพยพคนได้ดีในน้ำนิ่ง แต่ในสถานการณ์ที่น้ำเชี่ยวหรือมีคลื่น การควบคุมจะยากมาก หากเราบรรทุกน้ำหนักไปด้านหน้ามากเกินไป เมื่อชะลอความเร็ว หัวเรืออาจมุดน้ำจนทำให้เรือจมได้ การมีจิตอาสาเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ แต่ต้องมี ทักษะและความรู้ ที่ถูกต้องด้วย"


คำกล่าวของพี่ริน ตอกย้ำความจริงที่ว่า ในโลกของการกู้ภัย "ความหวังดี" จะสร้างปาฏิหาริย์และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อมาพร้อมกับ "ความเชี่ยวชาญ" เพราะความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีกลางกระแสน้ำ อาจพลิกผันสถานการณ์จากผู้เข้าช่วยเหลือให้กลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง
การทำความเข้าใจพฤติกรรมของเรือ การจัดสรรน้ำหนักอย่างสมดุล และการอ่านจังหวะของสายน้ำ จึงเป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่างความรอดปลอดภัยและความสูญเสีย นี่คือเหตุผลที่การฝึกซ้อมครั้งนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นและจริงจังในทุกรายละเอียด เพื่อหล่อหลอมให้พนักงานหาดทิพย์ตระหนักถึงขีดจำกัดของธรรมชาติ และสามารถเปลี่ยนความตั้งใจอันแน่วแน่ ให้กลายเป็นศักยภาพที่ชุมชนพึ่งพาได้จริงเมื่อวิกฤตมาเยือน


วิชาเหนือน้ำ ติดอาวุธความรู้รอบด้านเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อคลายความกังวลและสร้างความมั่นใจให้กับการลงพื้นที่จริง พี่ริน ผู้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าในการถ่ายทอดวิชา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การเป็นกองหนุนที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น อาศัยเพียงความกล้าหาญอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีความรู้ที่ "ครบเครื่อง" หลักสูตร ในวันนี้จึงไม่ได้มีแค่การหัดบังคับหางเสือเรือ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานอย่างครอบคลุมผ่าน 6 ทักษะสำคัญ


- หลักการประเมินความเสี่ยง : ผ่านการอบรม ทฤษฎีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อให้รู้หลักการเข้าประชิดตัวผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด ทั้งต่อตัวผู้ช่วยเหลือและผู้ถูกช่วย
- รู้ใจเครื่องยนต์ : ด้วย ทฤษฎีการใช้เครื่องเรือและการบำรุงรักษา เพราะเมื่ออยู่กลางสายน้ำ เครื่องยนต์คือหัวใจสำคัญ อาสาสมัครต้องรู้จักส่วนประกอบต่างๆ รู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และดูแลรักษาเรือให้พร้อมใช้งานเสมอ
- ความคุ้นเคยกับเครื่องมือ : ลงลึกถึง การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางน้ำ เพื่อให้เกิดความชำนาญ สามารถหยิบใช้อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยต่างๆ ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


- ศาสตร์แห่งเงื่อนเชือก : ฝึกฝน การผูกเชือกและเงื่อนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะในยามวิกฤต เชือกเปรียบเสมือนเส้นชีวิต อาสาสมัครต้องรู้วิธีผูกเงื่อนที่แน่นหนาสำหรับการลากจูง การตรึงเรือ หรือการประคองผู้ประสบภัยให้ปลอดภัยท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว
- ศิลปะแห่งการเข้าถึงเป้าหมาย : เรียนรู้ เทคนิคการขับเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความแม่นยำในการบังคับทิศทาง เพื่อให้เรือเทียบเข้าหาผู้ประสบภัยได้อย่างนุ่มนวลที่สุด
- นาทีต่อลมหายใจ : เสริมความแข็งแกร่งด้วย ทักษะการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประเมินอาการ ดูแลความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีในนาทีวิกฤตก่อนถึงมือแพทย์


ความทุ่มเทเกินร้อยของพนักงานหาดทิพย์ที่ตั้งใจซึมซับทุกรายวิชา ทำให้พี่รินประทับใจและเชื่อมั่นว่า นี่คือภาพสะท้อนของ "ต้นแบบการพึ่งพาตนเอง" ที่ภาคเอกชนนำหลักการสร้างความเข้มแข็งจากภายในมาใช้ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ ปภ. ได้อย่างมหาศาลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เสียงสะท้อนจากแนวร่วม 3 วันที่เปลี่ยนมุมมองการกู้ภัย
การได้สัมผัสการทำงานจริงของเจ้าหน้าที่ ปภ. ทำให้พนักงานหาดทิพย์เข้าใจถึงความเสียสละและน้ำหนักของความรับผิดชอบที่เจ้าหน้าที่ต้องแบกรับ พี่หาญ-ศิริศักดิ์ ตรังคอภิรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเฉพาะกิจ ตัวแทน "อาสาสมัครหาดทิพย์" บอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาได้รับจากครูฝึกว่า
"ตลอด 3 วันนี้ สิ่งที่พวกเราได้รับไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำรา แต่คือการลงมือปฏิบัติจริงที่ทำให้รู้ขีดจำกัดและวิธีรับมือกับความเสี่ยง เราได้เรียนรู้ตั้งแต่การอ่านกระแสน้ำ การแก้ปัญหาเครื่องยนต์เฉพาะหน้า ไปจนถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต แต่สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดคือ ความมั่นใจและ การทำงานเป็นทีม วันนี้พวกเราไม่ได้มีแค่ใจที่อยากช่วย แต่เรามีทักษะที่พร้อมจะเป็นกำลังหลักในการดูแลเพื่อนพนักงานและพี่น้องในชุมชนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น"



การจับมือ "เคียงข้าง ผูกพัน" กับชุมชน
ภาพของครูฝึกจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ที่ทุ่มเทถ่ายทอดวิชา และพนักงานหาดทิพย์ 20 ชีวิตที่เปื้อนหยาดเหงื่อแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตั้งใจ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
ฮีโร่ตัวจริงอย่าง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จะยังคงเป็นทัพหน้าในการปกป้องและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนเสมอ แต่วันนี้ พวกเขาไม่ได้สู้เพียงลำพังอีกต่อไป เพราะมี "อาสาสมัครหาดทิพย์" ที่พร้อมยืนหยัดเป็นกองหนุนที่แข็งแกร่ง ฝ่ากระแสน้ำเข้าไปส่งมอบความช่วยเหลือและความหวัง เพื่อให้พี่น้องทุกคนอุ่นใจว่า ในทุกวิกฤตที่ยากลำบาก จะมีมือที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี คอยประคองพวกเราอยู่เสมอ
“เพราะทุกการเตรียมพร้อม คือการสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคน”