จากริบบิ้นเส้นน้อย สู่รอยยิ้มวัยเก๋า : ห้องเรียน เหรียญโปรยทาน ที่คืนพลังชีวิตและสร้างคุณค่า

12 June 2026
จากริบบิ้นเส้นน้อย สู่รอยยิ้มวัยเก๋า : ห้องเรียน เหรียญโปรยทาน ที่คืนพลังชีวิตและสร้างคุณค่า

แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาภายในพื้นที่จัดกิจกรรมของเทศบาลเมืองควนลัง กระทบกับม้วนริบบิ้นสีสันสดใสที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เสียงสอดริบบิ้นดังสวบสาบเบา ๆ สลับกับเสียงหัวเราะ และบทสนทนาที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ริบบิ้นเหล่านั้นกำลังถูกพับทบไปมาอย่างใจเย็น ผ่านสองมือที่มีร่องรอยของการทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความชำนาญและความประณีต... ภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่แค่คลาสเรียนงานฝีมือธรรมดา แต่คือพื้นที่ที่เหล่าผู้สูงวัยในชุมชนกำลังลงมือ "ออกแบบ" ช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยเกษียณด้วยตัวเอง

เมื่อนึกถึงคำว่า "ผู้สูงวัย" หรือ "วัยเกษียณ" หลายคนอาจมองเห็นภาพของการหยุดพัก ภาพของบ้านที่เงียบเหงาเมื่อหน้าที่การงานจบลง แต่อันที่จริง พลังสร้างสรรค์ ทักษะ และความใจเย็นของคนวัยเก๋า คือต้นทุนล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในทุกชุมชน ด้วยความเชื่อที่ว่าคุณค่าของคนเราไม่เคยลดลงตามกาลเวลา โครงการ Inclusive Community Skill Development จึงอาสาเข้ามาเป็น "เพื่อนร่วมทาง" โดย หาดทิพย์ ได้จับมือกับ เทศบาลเมืองควนลัง เปิดพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อต่อยอดศักยภาพที่ชาวบ้านมีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นอาชีพเสริมผ่านงานศิลปะที่คุ้นเคยอย่าง “การทำเหรียญโปรยทาน”

จากมือที่เคยจับชอล์ก สู่ศิลปะแห่ง “สมาธิและรายได้”

"สองมือนี้แหละที่เคยจับชอล์กเขียนกระดาน ตรวจการบ้าน และดูแลลูกศิษย์มาทั้งชีวิต พอถึงวัยเกษียณราชการ จากห้องเรียนที่เคยคึกคัก มีเสียงเด็ก ๆ เจี้ยวจ๊าว โลกของเรามันก็เงียบลงไปถนัดตา บางวันก็แอบเหงาและคิดนะว่า บทบาทความเป็นครูของเรามันจบลงแค่นี้แล้วหรือเปล่า"

ป้ายาย - พิไลพรรณ ธรรมะโชโต อดีตข้าราชการครู และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลเมืองควนลัง เล่าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่นิ้วมือยังคงขยับพับริบบิ้นขึ้นรูปเป็น “ส้มโอ” อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นการหยิบเอาความน่าภูมิใจของ “ส้มโอหอมควนลัง” ผลไม้เอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น มาผสานลงในชิ้นงานเหรียญโปรยทานได้อย่างน่ารักและแยบยล ป้ายายบอกว่าการตัดสินใจก้าวออกจากบ้านมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรียนผ่านไปวัน ๆ แต่คือการเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ

"ตอนแรกป้ายายก็แอบคิดนะว่า อายุขนาดนี้แล้ว สายตาก็เริ่มฝ้าฟาง มือไม้ก็ไม่ได้ไวเหมือนสมัยสาว ๆ จะไปพับอะไรสวย ๆ งาม ๆ แข่งกับเขาได้ แต่พอได้มานั่งตรงนี้ ได้เรียนรู้เทคนิคการขึ้นรูป การจับจีบจากวิทยากร มันเหมือนเราได้ค้นพบตัวเองอีกครั้งนะ มันไม่ใช่แค่งานฝีมือ แต่มันคือการฝึกสมาธิ ริบบิ้นเส้นเล็ก ๆ มันดึงเราให้อยู่กับปัจจุบัน และที่ภูมิใจที่สุดคือ สองมือที่เคยมอบความรู้ วันนี้มันสามารถสร้างสรรค์ความงาม สร้างรายได้ และสร้างคุณค่าให้ตัวเราเองได้จริง ๆ"

เหรียญโปรยทาน ถือเป็นสิ่งจำเป็นในงานบุญและงานพิธีต่าง ๆ ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานกฐิน หรืองานมงคล ความต้องการในตลาดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง การนำทักษะและความใจเย็นของคนวัยนี้มาผสานเข้ากับงานบุญและอัตลักษณ์ของชุมชน จึงกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ตอบโจทย์ทั้ง "ความสุขทางใจ" และ "ความมั่นคงในกระเป๋า"

คอมมูนิตี้วัยเก๋า ห้องเรียนที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นอกจากเรื่องของทักษะอาชีพ สิ่งที่งดงามที่สุดในเวิร์กชอปนี้คือ "ความเกื้อกูล" บรรยากาศรอบโต๊ะเต็มไปด้วยมิตรภาพ เราได้เห็นภาพของพี่ ๆ พนักงานหาดทิพย์ระดับอาวุโสที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ นั่งเคียงข้างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับพี่น้องชาวบ้านควนลัง

ริบบิ้นหลากสีถูกส่งต่อให้กัน บางคนตาดีก็ช่วยสอดริบบิ้นและร้อยมุกตกแต่งให้เพื่อน บางคนทำได้ไว จับจีบเป็นรูปดอกกุหลาบหรือผลส้มได้สวยงาม ก็หันไปช่วยจับมือสอนคนข้าง ๆ อย่างใจเย็น

"บางทีพับผิดพับถูก ดึงตึงไปจนริบบิ้นขาด เบี้ยวบ้างอะไรบ้าง ก็หัวเราะร่วนกันทั้งโต๊ะ" ป้ายายเล่าพลางหัวเราะเมื่อเห็นบรรยากาศ มันเหมือนป้ายายได้กลับมาอยู่ในห้องเรียนอีกครั้งนะ แต่คราวนี้เราเป็นนักเรียนที่มาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับเพื่อนใหม่ ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีคอมมูนิตี้ที่คุยภาษาคนวัยเดียวกัน เข้าใจกัน กลายเป็นว่าวิชาพับเหรียญเชื่อมความผูกพันของคนในชุมชนกับคนของ หาดทิพย์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตกัน เป็นการเยียวยาจิตใจที่ดีมาก ๆ

คุณค่า...ที่มากกว่าแค่ตัวเงิน

ความน่าสนใจของกิจกรรมนี้ ไม่ใช่แค่การสอนให้พับเหรียญเป็นแล้วจบไป แต่วิทยากรได้สอดแทรก "Mindset" ของการพึ่งพาตัวเอง ชวนคิดต่อยอดไปถึงการเลือกคู่สีให้ดูทันสมัย การนำเศษริบบิ้นที่เหลือมาดัดแปลงไม่ให้สูญเปล่า รวมถึงการหาช่องทางจัดจำหน่ายในชุมชน

"สิ่งที่ป้ายายได้กลับไปวันนี้ มันคือความมั่นใจ" ป้ายายเงยหน้าขึ้นมาบอกเล่าด้วยสายตาที่เปี่ยมพลัง "วิญญาณความเป็นครูกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต่อให้อายุเราจะเยอะขึ้น ร่างกายอาจจะไม่แข็งแรงเท่าหนุ่มสาว แต่เราก็ยังมีคุณค่า มีทักษะที่ใช้หาเงินซื้อขนมให้หลานได้ด้วยตัวเอง หรือเอาความรู้ไปสอนต่อให้คนอื่นได้ เวลาว่าง ๆ เรายังพับไปทำบุญเอง เป็นงานที่ทำแล้วใจมันฟู รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์"

ต่อยอดสู่ความภาคภูมิใจ เมื่อริบบิ้นเส้นเล็ก ๆ ขับเคลื่อนชุมชน

เหรียญโปรยทานที่เกิดจากฝีมือของชาวบ้านและพนักงานอาวุโสเหล่านี้ มีความประณีตและมีศักยภาพที่จะเติบโตไปสู่การรวมกลุ่มรับงานในอนาคต

"ตอนนี้ป้ายายและเพื่อน ๆ เริ่มคุยกันแล้วว่า เราจะตั้งกลุ่มรับทำเหรียญโปรยทานส่งตามวัดหรือร้านสังฆภัณฑ์ในละแวกนี้ บางคนก็บอกว่าจะให้หลาน ๆ ช่วยถ่ายรูปไปโพสต์ขายในเฟซบุ๊กให้ จากที่เคยคิดว่าวัน ๆ จะทำอะไรดี ตอนนี้เรามีเป้าหมาย ตื่นเช้ามาก็มีสิ่งที่อยากทำรออยู่ พลังของพวกเรายังสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเล็ก ๆ ในชุมชนควนลังได้สบาย" ป้ายายเล่าด้วยแววตาแห่งความหวัง

มากกว่าการให้ คือการจับมือสร้างความภาคภูมิใจไปด้วยกัน

รอยยิ้มที่เบ่งบานท่ามกลางสีสันของม้วนริบบิ้น อาจดูเป็นเพียงกิจกรรมยามว่างที่เรียบง่ายในสายตาของผู้ที่มองเข้ามา แต่สำหรับ พี่จั๊กจั่น-สุปัญจพร ลาชโรจน์ ผู้จัดการฝ่าย Talent & Learning ตัวแทนจากหาดทิพย์ หนึ่งในคณะทำงานโครงการ Inclusive Community Skill Development นี่คืออีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสร้างทักษะ สร้างความภาคภูมิใจ และต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

"เราเชื่อว่าการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการสร้างโอกาสให้คนได้เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ได้จริงค่ะ การทำเหรียญโปรยทานเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยทั้งสมาธิ ความอดทน ความตั้งใจ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นคุณค่าที่สามารถต่อยอดได้มากกว่าตัวชิ้นงานเอง หากผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปสร้างรายได้ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หรือแม้แต่สร้างความภูมิใจให้กับตัวเอง เราก็มองว่านั่นคือความสำเร็จของโครงการแล้วค่ะ"

"สิ่งที่เราดีใจที่สุด คือการได้เห็นผู้เข้าร่วมมีความสุข กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และค้นพบว่าตนเองยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าได้ เพราะความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว"

เบื้องหลังรอยยิ้มและผลงานที่เกิดขึ้นจากริบบิ้นแต่ละเส้น คือความตั้งใจของหาดทิพย์ในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดเป็นคุณค่าได้จริง เราไม่ได้มุ่งเพียงการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขในระยะสั้น แต่เชื่อว่าการส่งเสริมทักษะ การสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ค้นพบศักยภาพของตน คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิด “หาดทิพย์ เคียงข้าง ผูกพัน” ที่อยู่เคียงข้างชุมชน และร่วมเติบโตไปด้วยกันในทุกช่วงวัย

เพื่อนร่วมชุมชน ที่จับมือเติบโตไปด้วยกัน

ความสำเร็จของโครงการ Inclusive Community Skill Development ไม่ได้วัดกันที่จำนวนเหรียญโปรยทานที่พับได้ในแต่ละวัน หรือยอดขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่วัดกันที่ "รอยยิ้ม แววตา และเสียงหัวเราะ" ของผู้เข้าร่วมอบรมในตอนที่ก้าวเดินออกจากห้อง

"ดีใจที่หาดทิพย์ไม่เคยมองข้ามคนในชุมชน" ป้ายายทิ้งท้ายอย่างจริงใจ "การที่องค์กรใหญ่ ๆ ลงมาเป็นส่วนหนึ่งในการดึงศักยภาพของคนวัยเกษียณ ทั้งพนักงานของเขาเองและชาวบ้านอย่างพวกเรา มันอบอุ่นเหมือนเพื่อนบ้านที่ดูแลกัน กิจกรรมนี้ช่วยเติมไฟและมอบรอยยิ้มให้พวกเราอย่างแท้จริง"

อาวุโสอย่างมั่นคง อนาคตที่ออกแบบได้

กิจกรรมเล็ก ๆ อย่างการพับริบบิ้น ได้ถูกถักทอจนกลายเป็นความเข้มแข็งของชุมชน เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งทางอารมณ์ ทักษะ สังคม หาดทิพย์และเทศบาลเมืองควนลัง ได้ร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า วัยเกษียณ หรือวัยผู้สูงอายุ ไม่ใช่วัยแห่งการหยุดพักจากโลกกว้าง แต่เป็นเพียงการเริ่มต้น "บทใหม่" ที่เต็มไปด้วยอิสระ ความคิดสร้างสรรค์ และการส่งต่อพลังบวก ซึ่งเป็นความมั่นคงที่พวกเขาออกแบบได้ด้วยสองมือของตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกรอยพับของริบบิ้น จึงไม่ได้ซ่อนไว้เพียงแค่เหรียญรางวัลแห่งการทำบุญ แต่ยังซ่อนความภาคภูมิใจและพลังชีวิตของชาวบ้านควนลัง ที่ช่วยยืนยันว่า... คุณค่าในตัวเรา ไม่มีวันเกษียณอายุลงไปพร้อมกับกาลเวลา