แชมป์โลก Drone Soccer จากหาดใหญ่ เรื่องจริงของเด็กใต้ ที่ไปไกลถึงเวทีโลก

24 March 2026
แชมป์โลก Drone Soccer จากหาดใหญ่ เรื่องจริงของเด็กใต้ ที่ไปไกลถึงเวทีโลก

มีเด็กบางคนในชีวิตของคุณไหม เด็กที่คุณรักมาก แต่บางวันก็ไม่รู้จะพาเขาไปทำกิจกรรมอะไรดี เด็กที่พลังงานเหลือล้นจนหยุดนิ่งไม่ได้ เด็กที่สนใจหลายอย่างพร้อมกัน แต่ยังหาสิ่งที่ใช่ไม่เจอ เด็กที่นั่งในห้องเรียนได้ไม่นาน ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ แต่เพราะโลกในห้องเรียนนั้นอาจยังไม่ใช่พื้นที่ที่เขาเปล่งประกาย

ถ้ากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่ ลองอ่านเรื่องราวนี้ เรื่องของสนามเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหาดใหญ่ ที่กำลังกลายเป็นพื้นที่ให้เด็กจำนวนมาก ได้ค้นพบตัวเอง

ก่อนที่ตาจะเห็น หูได้ยินก่อน

บ่ายวันเสาร์หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เสียงมอเตอร์หลายตัวดังพร้อมกันอยู่ภายในสนามตาข่ายขนาดใหญ่ เสียงนั้นไม่ใช่ความวุ่นวาย แต่เป็นสัญญาณว่ากำลังมีบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จะเห็นเด็ก ๆ ในชุดทีมสีสด บางคนจดจ่ออยู่กับคอนโทรลเลอร์ในมือ บางคนกำลังมองวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศ บางคนก้มลงตรวจดูโดรนที่เพิ่งร่วงพื้นอย่างตั้งใจ ท่าทางจริงจังเหมือนกำลังดูแลของสำคัญ สำหรับคนที่มาเห็นครั้งแรก ภาพตรงหน้าอาจดูวุ่นวาย แต่ถ้ามองนานพอ จะเริ่มเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป มันคือสมาธิที่ไม่ได้ถูกบังคับ มันคือการเติบโตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

ลูกบอลที่บินได้

Drone Soccer คือกีฬาที่นำแนวคิดของฟุตบอล มาเล่นกันในพื้นที่สามมิติกลางอากาศ โดรนทรงกลมขนาดประมาณกำปั้น ถูกหุ้มด้วยโครงตาข่ายแข็งแรง สามารถชนกันได้โดยไม่เสียหาย ผู้เล่นแต่ละคนถือคอนโทรลเลอร์ ควบคุมโดรนของตัวเองแบบเรียลไทม์ ในสนามมีห่วงประตูลอยอยู่ทั้งสองฝั่ง ทีมที่พาโดรนผ่านห่วงได้ก่อน และมีคะแนนมากกว่า คือ ผู้ชนะ

Drone Soccer เหมือนฟุตบอลทุกประการ มีกองหน้า มีตัวรับ มีการวางแผน มีการสื่อสารตลอดเวลา และต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีกีฬานี้เริ่มได้รับความนิยมในหลายประเทศมาประมาณ 7-8 ปี สำหรับในประเทศไทย สถาบัน DroneBot หาดใหญ่ เพิ่งนำเข้ามาเริ่มสอนและแข่งขันเมื่อ 2-3 ปีก่อน และทำให้ชื่อของทีมไทยขึ้นไปอยู่บนแผนที่โดรนซอกเกอร์ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

จุดเริ่มต้นของสถาบันเล็ก ๆ ที่คิดไกล

FIDA หรือ Federation of International Drone Soccer Association คือองค์กรกำกับดูแลกีฬาชนิดนี้ระดับโลก ทีมไหนไม่ได้รับการรับรองจาก FIDA ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเวทีนานาชาติ และในประเทศไทยมีเพียงสถาบันเดียวที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจาก FIDA นั่นคือ DroneBot Academy สถาบันโดรนบอท ในหาดใหญ่

ดร.ธัสรา โพธิพุกกณะ กรรมการผู้จัดการบริษัท โดรนบอทเทค จำกัด และผู้อำนวยการสถาบันโดรนบอท หรือ ครูเทน ผู้ก่อตั้ง เป็นคนหาดใหญ่โดยกำเนิด ทำงานด้านภูมิสารสนเทศอยู่ที่ ม.อ. จากความสนใจด้านโดรนและเทคโนโลยี ครูเทนเริ่มเปิดสอนการบินโดรนให้เด็ก ๆ ในวันหยุด มีนักเรียนเพียงไม่กี่คนในช่วงแรก แต่สิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่แค่สอนให้บินเป็น แต่อยากให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะที่ใช้ได้จริง

“เราอยากให้เด็กเปลี่ยนจากการเล่นเกมอยู่ที่บ้าน มาเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตัวเอง ให้สนุกไปพร้อมกับการเรียนรู้” — ดร.ธัสรา โพธิพุกกณะ (ครูเทน)

เวลาผ่านไปหลายปี จากคลาสเล็ก ๆ กลายเป็นสถาบันที่มีผู้คนหลายช่วงวัยเข้ามาเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงวัยทำงาน และ Drone Soccer ก็กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจและสนุกกับมัน

โดรนคือครูที่ดุที่สุด

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อยที่สุดคือ “กิจกรรมที่ใช้คอนโทรลเลอร์แบบนี้ จะยิ่งทำให้เด็กติดหน้าจอหรือไม่?”

ครูเทนไม่เคยโต้แย้งด้วยตัวเลขหรือสถิติ แต่เป็นการเชิญชวนให้มานั่งดูในสนามสักครั้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตรงข้ามกับสิ่งที่หลายคนจินตนาการอย่างสิ้นเชิง

“โดรนคือครูที่ดุที่สุดค่ะ เพราะถ้าเด็กไม่นิ่ง โดรนจะร่วง ถ้าไม่โฟกัส ทีมจะเสียคะแนน ถ้าใจลอย จะควบคุมอะไรไม่ได้เลย โดรนไม่เคยโกหกเรา ถ้าไม่ตั้งใจ ผลจะเห็นทันที”— ดร.ธัสรา โพธิพุกกณะ (ครูเทน)

กติกาของสถาบันฟังดูเรียบง่ายแต่ซ่อนปรัชญาที่ลึกกว่าที่เห็น ซ้อมสองชั่วโมง พักสิบห้านาที จะทำอะไรก็ได้ในช่วงพัก วิ่งเล่น กินขนม คุยโทรศัพท์ แต่เมื่อสัญญาณเริ่มซ้อมดังขึ้น ทุกคนต้องนำใจกลับมาที่สนาม

กฎข้อนี้ไม่ได้สอนแค่การโฟกัส แต่สอนทักษะที่หายากที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ยุคนี้ การสลับระหว่างการพัก และการทำงานอย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้ใหญ่หลายคนยังฝึกอยู่ตลอดชีวิต

ครูหลายคนที่สอนเด็กกลุ่มเดียวกันพูดตรงกันว่า หลังจากที่เด็ก ๆ ฝึกโดรนซอกเกอร์มาสักพัก พวกเขาเริ่มอดทนกับความผิดพลาดได้มากขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น และเริ่มรู้จักมองหาสาเหตุของปัญหาแทนที่จะโทษผู้อื่น เพราะโดรนสอนให้รู้ว่า ถ้าร่วงเก้าในสิบครั้ง ปัญหาน่าจะอยู่ที่มือที่บังคับ ไม่ใช่ที่โดรน

จากผู้บังคับ สู่ผู้สร้าง

สถาบัน DroneBot ไม่ได้สอนแค่การบังคับโดรน แต่วางเส้นทางการเรียนรู้ไว้สามระดับที่ต่อเนื่องกัน เหมือนการเรียนขับรถ แล้วต่อยอดเป็นช่างยนต์ แล้วออกแบบรถเอง

เริ่มจาก Pilot เรียนรู้วิธีบังคับโดรน ฝึกความแม่นยำ เข้าใจกติกาและบทบาทในทีม เด็กส่วนใหญ่ลงแข่งได้ภายใน 2-3 เดือน

ต่อด้วย Maker ถอดโดรนออกทีละชิ้นและประกอบกลับด้วยมือตัวเอง เรียนรู้ว่ามอเตอร์ทำงานอย่างไร วงจรไฟฟ้าเชื่อมกันอย่างไร และเมื่อโดรนพังกลางสนามแข่ง พวกเขาซ่อมได้เองในเวลาจริง ซึ่งสำคัญมาก เพราะกฎเหล็กของ FIDA ระบุชัดว่า โค้ชหรือผู้ปกครองไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนามระหว่างการแข่งขัน ทุกอย่างต้องแก้ไขเองทั้งหมด

และไปถึง Coder เรียนภาษา Python เพื่อเขียนโปรแกรมสั่งการโดรนให้ทำภารกิจโดยไม่ต้องมีคนบังคับ สิ่งที่ทำให้การเรียน Coding ที่นี่พิเศษ คือ ผลของโค้ดที่เขียนผิดปรากฏในโลกจริงทันที ไม่ใช่แค่ Error บนหน้าจอ แต่คือโดรนที่บินผิดทิศทางต่อหน้าทุกคน ความเป็นจริงเกิดขึ้นทันทีทันใด นั่นทำให้เด็ก ๆ อยากแก้โค้ดเอง โดยไม่ต้องมีใครบังคับ

นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรหุ่นยนต์ Arduino, Micro:bit และ 3D Printing ทักษะที่สะสมกลายเป็นผลงานที่ใช้ต่อยอดการเรียนในอนาคตได้จริง

เด็กที่เคยถูกบอกว่า “คุมไม่ได้”

ถ้วยรางวัลและเกียรติบัตรเรียงรายอยู่ในสถาบัน ไม่ใช่เพื่อโอ้อวด แต่เพื่อให้เด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนได้เห็นว่าปลายทางของความพยายามอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ครูเทนพูดถึงด้วยน้ำเสียงภูมิใจที่สุดในวันที่เราไปเยือน ไม่ใช่ถ้วยรางวัลใดเลย แต่มันคือเรื่องของเด็กชายคนหนึ่ง ที่พ่อแม่พามาสมัครเรียนด้วยสีหน้าเหนื่อย และไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ครูที่โรงเรียนบอกว่าเขาซนมาก นั่งนิ่งไม่ได้ สนใจอะไรได้ไม่นาน และมักจบบทสนทนาด้วยการเถียงกับผู้ใหญ่

แต่วันแรกที่เขาจับคอนโทรลเลอร์ และรู้สึกว่าโดรนตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของนิ้วมือตัวเอง เขานั่งอยู่กับมันเกือบชั่วโมง โดยไม่มีใครบอกให้ตั้งใจ หลายเดือนต่อมา เด็กคนนั้นกลายเป็นคนที่นิ่งที่สุดในทีม และเป็นกัปตันที่เพื่อน ๆ ไว้ใจ เขาสั่งการเพื่อนร่วมทีมด้วยเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน เมื่อโดรนของทีมเสียแต้ม เขาเป็นคนแรกที่บอกให้ทุกคนตั้งสติก่อนเริ่มเซตใหม่

“เขาไม่ได้เปลี่ยนเพราะถูกบังคับ แต่เปลี่ยนเพราะเขาเจอสิ่งที่อยากตั้งใจทำด้วยตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด ที่ครูจะมอบให้เด็กได้" — ดร.ธัสรา โพธิพุกกณะ (ครูเทน)

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกกับเด็กหลายคน บางคนพูดน้อยมาก แต่กลายเป็นคนที่สื่อสารชัดเจนที่สุดในทีม บางคนกลัวความผิดพลาด แต่โดรนสอนให้รู้ว่าล้มแล้วลุกใหม่ไว คือทักษะไม่ใช่ความอับอาย และสำหรับเด็กบางคนที่อาจจะไม่ถนัดวิชาการทั่วไป ที่นี่คือพื้นที่ที่พวกเขาได้เฉิดฉายและภาคภูมิใจในตัวเองอย่างแท้จริง

จากสนามเล็ก ๆ สู่เวทีโลก

ในปีที่ผ่านมา เด็กจาก DroneBot ได้ไปแข่งขันในหลายประเทศ จากเวที World Robot Challenge ที่ปักกิ่ง คว้ามาได้ 8 รางวัล ตามด้วย 2 รางวัลจากเกาหลี และแชมป์พร้อมรองแชมป์จากสิงคโปร์ รวมแล้วกว่าสองร้อยรางวัลจากเวทีคุณภาพทั่วโลก มีเด็ก 14 คนได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่น จากนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล

แต่ความสำเร็จที่สั่นสะเทือนวงการมากที่สุด เมื่อเด็ก ๆ จากสถาบันเล็ก ๆ ในหาดใหญ่ ได้ก้าวไปไกลถึงการคว้าตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกของประเทศไทยใน FIDA World Drone Soccer Championship จากการแข่งขันที่มีผู้เข้าร่วมกว่าหนึ่งพันคนจากทั่วทุกมุมโลก และในการแข่งขันครั้งนั้น เด็กไทยคว้ามาได้ถึง 8 รางวัล จาก 12 รางวัลที่มีการแข่งขันทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้ความสำเร็จนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่า คือกฎเหล็กของ FIDA ที่ว่า โค้ชหรือผู้ใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนามระหว่างแข่งขันเด็ดขาด ทุกการตัดสินใจ ทุกการซ่อม ทุกการเปลี่ยนกลยุทธ์ในเสี้ยววินาที เกิดขึ้นจากมือและสมองของเด็ก ๆ เหล่านั้น

"เด็ก ๆ ไม่ได้แค่บินโดรนในสนามต่างประเทศ เขานำทักษะทั้งหมดที่ฝึกมา ทั้งความนิ่ง การสื่อสาร และการคิดเร็ว มาใช้ในโมเมนต์จริงที่มีความกดดันสูงที่สุด และมันได้ผล" — อาจารย์นัท ดร.ณพัส กังวานตระกูล ประธานสโมสรโดรนซอคเกอร์ประเทศไทย

ลองนึกดูว่าเด็กอายุไม่ถึง 16 ปี ที่เติบโตมาในหาดใหญ่ ยืนอยู่บนแท่นรับรางวัลท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันกว่าพันคนจากทั่วโลก บนเวทีที่มีชื่อว่าแชมป์โลก และรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเองล้วน ๆ นั่นคือบทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่าโดรนซอกเกอร์ทั้งหมด

ท้องฟ้าเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตหลายคน

เมื่อเดินออกจากสนาม เสียงโดรนยังคงดังอยู่ข้างหลัง เด็ก ๆ ยังซ้อมอยู่ ยังพลาด ยังล้ม และยังลองใหม่ มีสิ่งหนึ่งที่ครูเทนยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ คือ เด็กทุกคนที่เข้ามาต้องได้จับคอนโทรลเลอร์จริง ได้รู้สึกว่าโดรนตอบสนองต่อมือตัวเอง ได้ผิดพลาดในสนาม และได้เรียนรู้ว่าล้มแล้วลุกอีกครั้งไม่ใช่เรื่องน่าอาย

“เราไม่ได้อยากให้เด็กจำว่าเคยได้แชมป์อะไร แต่อยากให้จำได้ว่า วันที่โดรนร่วงครั้งแรก เขาเลือกจะหยิบมันขึ้นมาแล้วลองใหม่” — ดร.ธัสรา โพธิพุกกณะ (ครูเทน) และบางครั้ง ท้องฟ้าเล็ก ๆ ในกรงตาข่ายหลังห้าง อาจเป็นที่ที่เด็กคนหนึ่ง ได้เจอพื้นที่ของตัวเองเป็นครั้งแรก

หากปิดเทอมนี้ยังไม่มีแพลนไปไหน หาดทิพย์เจอนี่ขอแนะนำพื้นที่ปล่อยของสำหรับน้อง ๆ มาเปลี่ยนวันว่างให้เป็นสนามแห่งการเรียนรู้ที่ สถาบัน DroneBot (ประตู 4 เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่) พื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้เด็กหลายคน ค้นพบความตั้งใจของตัวเอง

ติดต่อได้ที่: 082-250-9880 (ครูเทน)

Facebook: สถาบัน DroneBot Academy