Haadthip Journey
ในกลิ่นควันและรอยยิ้ม ไก่ฆอและยีเยาะ รสชาติที่ถักทอหัวใจคนปัตตานี

ในกลิ่นควันและรอยยิ้ม ไก่ฆอและยีเยาะ รสชาติที่ถักทอหัวใจคนปัตตานี
เมื่ออาหารพื้นบ้านกลายเป็นสะพานเชื่อมความผูกพันที่อบอวลด้วยควันถ่าน
การเดินทางสู่ปัตตานี ไม่ได้เริ่มต้นที่แผนที่ แต่มักเริ่มจากกลิ่น—กลิ่นกะทิที่เคี่ยวกับเครื่องเทศพื้นบ้าน ผสานควันถ่านที่ลอยอยู่ริมทาง กลิ่นที่พาให้ใครหลายคนหยุดฝีเท้า และเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
ก่อนจะเป็นร้านเล็ก ๆ ริมทางที่ผู้คนตามหา ไก่ฆอและสูตรนี้เริ่มต้นจากครัวของ ยายเมาะเต๊ะ ในซอย 4 รามโกมุท ผู้ซึ่งเป็นต้นตำรับ ไก่ฆอและเจ้าแรกในจังหวัดปัตตานี
ในวันที่ยังไม่มีชื่อร้าน ไม่มีป้ายบอกทาง มีเพียงเตาถ่าน เครื่องเทศพื้นบ้าน และความรู้ที่ถ่ายทอดกันจากมือสู่มือ ซอสกะทิถูกเคี่ยวด้วยความอดทน รสชาติไม่ได้ถูกเขียนเป็นสูตร แต่ถูกจดจำผ่านการดูไฟ ฟังเสียงเตา และประสบการณ์ที่สั่งสมในครอบครัว
รสชาติจากครัวยายเมาะเต๊ะ ถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงรุ่นหลาน ซึ่งยังคงรักษารสชาติเดิมเอาไว้ พร้อมกับการปรับภาพลักษณ์ให้ร่วมสมัยด้วยการตั้งชื่อร้านว่า “ยีเยาะ”
และวันนี้ ไฟเตานั้นอยู่ในมือของ พี่โบ้ (นายแวอัลคอดาฟี ปาลายา) ทายาทรุ่นที่ 4 ผู้ยืนหน้าเตา สืบทอดสูตรจากยายและทำให้อาหารพื้นบ้านจานนี้ ไม่ใช่เพียงรสชาติแห่งความทรงจำ แต่กลายเป็น สะพานเชื่อมผู้คนชุมชนรามโกมุท และวัฒนธรรมปัตตานีที่ยังมีชีวิต

รสชาติที่พานักเดินทางมาพบ “ตัวตนของเมือง”
ไก่ฆอและยีเยาะ ไม่ใช่แค่อาหารประจำถิ่น แต่มันคือภาพสะท้อนของวัฒนธรรมมลายู วิถีชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับไฟ
ซอสกะทิสีส้มข้นถูกเคี่ยวอย่างอดทน จากหัวกะทิแท้ เครื่องเทศพื้นบ้าน และองค์ความรู้ที่สั่งสมจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนจะถูกราดซ้ำ ๆ บนเนื้อไก่ที่ย่างบนเตาถ่าน จนซอสซึมลึกเข้าเนื้อ ให้รสสัมผัสที่ฉ่ำแน่น เข้มข้น แต่ไม่กลบรสแท้ของวัตถุดิบ สำหรับนักเดินทาง ไก่หนึ่งไม้คือมื้ออาหาร แต่สำหรับปัตตานี นี่คือเรื่องเล่าที่กินได้


ฆอและ: มากกว่าซอส คือรากของรสชาติ
ไก่ย่างสีส้มแดงเข้มข้นที่หลายคนคุ้นตา บางคนเรียกว่า “ไก่ฆอและ” บางคนเรียก “ไก่กอและ” หรือสำหรับคนต่างถิ่น อาจรู้จักในชื่อ “ไก่ย่างปัตตานี” แท้จริงแล้วรสชาติและหัวใจของมันคือศิลปะเดียวกัน
คำว่า “ฆอและ” (Ayam Golek) มาจากภาษามลายูท้องถิ่น คำว่า Ayam แปลว่าไก่ ส่วน Golek ไม่ได้หมายถึงไก่ที่กลิ้งไปมา แต่หมายถึงกรรมวิธีการย่างที่ต้องหมุนไก่บนเตาถ่านอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการพรมน้ำกะทิเครื่องแกงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำซอสเกาะตัวหนา ซึมลึกเข้าสู่เนื้อ และส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วชุมชน
ฆอและ จึงไม่ใช่แค่น้ำซอส แต่คือศาสตร์ของการอยู่กับไฟ คือความรู้ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และคืออัตลักษณ์ของครัวมลายู ที่บอกอย่างเงียบงามว่า “นี่คือบ้าน”




เมื่อฆอและ ไม่ได้มีแค่ไก่
กลิ่นควันและรสชาติของไก่ฆอและ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ไก่ไม้เดียว แต่แผ่ขยายไปสู่สำรับอาหารที่สะท้อนภูมิปัญญาของชุมชนอย่างหลากหลาย
หมี่กะทิฆอและ เส้นหมี่ขาวนุ่ม คลุกเคล้ากับน้ำกะทิเครื่องเทศสูตรเดียวกับซอสฆอและ หอม มัน เข้มข้น แต่ไม่เลี่ยน คือรสชาติของมื้อสำคัญ และภาพจำของการนั่งล้อมวงในครอบครัวมลายู
ปลาฆอและ เนื้อปลาสดจากทะเลชายแดนใต้ ถูกย่างด้วยไฟอ่อน ให้ซอสกะทิซึมเข้าเนื้อ เกิดรสชาติที่นุ่มละมุน ราวกับทะเลได้มาพบเตาถ่าน
หอยฆอและ อีกหนึ่งเมนูที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่ง หอยสดย่างกับซอสฆอและ กลายเป็นคำเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรสชาติของบ้านเกิด
ทั้งหมดนี้ทำให้ฆอและไม่ใช่สูตรอาหารตายตัว แต่คือวิธีคิด วิธีปรุง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัตถุดิบในพื้นที่


เจ้าบ้าน ผู้ต้อนรับโลกด้วยอาหารพื้นถิ่น
บทบาทของพี่โบ้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่หลังเตาไฟ เขาคือ “เจ้าบ้าน” ที่ใช้ไก่ฆอและยีเยาะเป็นภาษากลาง ต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกสารทิศ ตั้งแต่นักศึกษาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไปจนถึงชาวต่างชาติ หลายคนได้ยืนข้างเตาเดียวกันทดลองย่างไก่ด้วยมือของตัวเอง เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการลงมือทำ มากกว่าการฟังคำอธิบาย อาหารจึงไม่ใช่แค่ของกิน แต่เป็นสะพานที่เชื่อม ชุมชน ซอย 4 รามโกมุท เข้ากับโลกภายนอกอย่างอ่อนโยน

เติบโตโดยไม่ละทิ้งรากเหง้า
พี่โบ้ ได้เล่าว่า จากครัวพื้นบ้านเล็ก ๆ ไก่ฆอและยีเยาะถูกต่อยอดเป็นเมนูร่วมสมัย เช่น ซูชิไก่ฆอและ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนตัวตน แต่เพื่อพิสูจน์ว่า วัฒนธรรมสามารถเดินทางไกลได้ โดยไม่ลืมต้นทาง
เขายังเล่าว่า เคยมีผู้คนจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาเรียนรู้ ขอสูตร และนำแนวคิดฆอและ ไปต่อยอดเป็นซูชิฆอและในแบบของตนเอง ซึ่งสำหรับพี่โบ้ นี่ไม่ใช่เรื่องของการหวงสูตร แต่คือความภูมิใจ ที่รสชาติจากชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ได้เดินทางออกไปไกลกว่าที่เคยฝันไว้
“ผมไม่กลัวที่ใครจะเอาไปทำต่อ ถ้ามันช่วยสร้างอาชีพให้ใครสักคน นั่นแปลว่ารสชาติจากบ้านเรา มีความหมายมากกว่าความอร่อย”
นี่คือ ไก่ฆอและยีเยาะ ในแบบที่ทุกคนไม่เร่งรีบ ไม่ฉาบฉวย แต่ค่อย ๆ ซึมซับผ่านรสชาติ ความจริงใจ และการให้เกียรติภูมิปัญญาเดิม


เดินทางด้วยรสชาติ แล้วคุณจะเข้าใจ “ไก่ฆอและยีเยาะ”
ในโลกที่การท่องเที่ยวหมุนเร็ว ไก่ฆอและยีเยาะชวนให้เราชะลอฝีเท้า รับรู้กลิ่นควัน เสียงไฟแตกเบา ๆ และเรื่องราวของผู้คนหลังเตา เพราะบางครั้ง การเข้าใจปัตตานี ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเดินทางไกล แค่ได้ชิมรสชาติที่มีชีวิต เราก็อาจตกหลุมรัก ไก่ฆอและยีเยาะ และปัตตานี โดยไม่รู้ตัว
📍 ไก่ฆอและ ยีเยาะ รามโกมุท
เส้นทางความอร่อย จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ถนนรามโกมุท มุ่งหน้าเข้าสู่ชุมชน
ร้านนี้ตั้งอยู่เลย ซอย 14 ถนนรามโกมุท
สังเกตเตาถ่านและกลิ่นควันหอมๆ ที่พาให้รู้ว่ามาถึงแล้ว🐔🔥
📍เปิดตั้งแต่ 09.00-16.00 น.
📘 Facebook: ไก่ฆอและ ยีเย๊าะ รามโกมุท
📞 สอบถามความอร่อยได้ที่ 080-571-3080