จากเตาอิฐสู่รสชาติที่คนตรังผูกพัน หมูย่างโกจิ้ว-เจ๊ต้อย

16 January 2026
จากเตาอิฐสู่รสชาติที่คนตรังผูกพัน: หมูย่างโกจิ้ว–เจ๊ต้อย และเส้นทางยาวนานของการเป็นผู้สืบทอด

ก่อนแสงแรกของวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า ในช่วงเวลาที่เมืองตรังส่วนใหญ่ยังคงหลับใหล มีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นอย่างเงียบ ๆ กลิ่นหอมของเนื้อหมูที่ค่อย ๆ สุกฉ่ำในเตา ผสานกับกลิ่นเครื่องเทศและควันฟืนอ่อน ๆ ลอยอ้อยอิ่งไปตามสายลมยามรุ่งสาง กลิ่นนั้นไม่ต้องการป้ายบอก ไม่ต้องการเสียงโฆษณา เพราะสำหรับคนตรังแล้ว… นี่คือกลิ่นที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต

กลิ่นของ หมูย่างเมืองตรัง และหนึ่งในต้นกำเนิดของกลิ่นนั้น คือ ร้านโกจิ้ว–เจ๊ต้อย กิจการเล็ก ๆ ที่ยืนหยัดอยู่กับเมืองนี้มานานกว่า 30 ปี

วันนี้ เรื่องราวของร้านไม่ได้ถูกเล่าผ่านป้ายหรือคำโฆษณา แต่ถูกถ่ายทอดผ่านหัวใจของ คุณธีรศักดิ์ หรือ “พี่บอย” ผู้แบกรับทั้งสูตร ทั้งชื่อเสียง และความคาดหวังของผู้คนเอาไว้บนบ่าของตนเอง “ผมเป็นทายาทรุ่นที่สามของร้านนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความภูมิใจอย่างเดียว แต่มันคือความรับผิดชอบต่อบรรพบุรุษและลูกค้าด้วย” ประโยคเรียบง่ายนี้กลับแฝงไว้ด้วยน้ำหนักของกาลเวลาและความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

เรื่องเล่าจากบรรพบุรุษชาวจีนกวางตุ้ง เมื่อเตาอิฐข้ามทะเล มาหลอมรวมกับผืนดินตรัง

หมูย่างที่พี่บอยดูแลอยู่นี้ไม่ใช่เพียงสูตรอาหารประจำครอบครัว แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกอยู่ในจังหวัดตรัง เรื่องราวต้องย้อนกลับไปไกลในยุคที่ชาวจีนกวางตุ้งโพ้นทะเลเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาที่ตั้งหลักแหล่งใหม่ พวกเขานำติดตัวมาไม่เพียงแรงงานหรือความหวัง แต่ยังรวมถึง ภูมิปัญญา โดยเฉพาะศิลปะการย่างหมูด้วย เตาอิฐแบบดั้งเดิม

เมื่อองค์ความรู้จากแดนไกลได้พบกับทรัพยากรชั้นเลิศของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสุกรพันธุ์ดี เครื่องเทศพื้นบ้าน ไม้ฟืน และภูมิอากาศของภาคใต้ ทุกอย่างค่อย ๆ หลอมรวมกันจนก่อเกิดเป็นรสชาติใหม่ รสชาติที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก นี่คือจุดกำเนิดของ “หมูย่างเมืองตรัง” และคือรากฐานของร้านโกจิ้ว–เจ๊ต้อย

เบื้องหลังหนังแก้วสีอำพัน คือการรอคอยข้ามคืนและความใส่ใจไม่รู้จบ

เมื่อถามถึงความลับของร้าน คำตอบของพี่บอยไม่ใช่ชื่อเครื่องเทศ ไม่ใช่อัตราส่วนของสูตรหมัก แต่คือคำว่า “ตั้งแต่เริ่มต้น” ปรัชญาของร้าน คือการเลือกใช้สิ่งที่ดีทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การคัดหมูในส่วนที่เหมาะสมที่สุด ไม่มากไป ไม่น้อยไป หมูแต่ละตัวจะถูกนำมาหมักคลุกเคล้ากับเครื่องพะโล้และเครื่องเทศสูตรลับของตระกูล สูตรที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นตัวอักษร แต่ถูกจดจำไว้ด้วยมือ ด้วยสายตา และด้วยประสบการณ์ จากนั้นคือสิ่งที่ร้านไม่เคยยอมลดขั้นตอน การรอหมูที่หมักแล้วจะถูกพักไว้ข้ามคืน เพื่อให้รสชาติค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปถึงทุกอณูของเนื้อ ไม่มีทางลัด ไม่มีคำว่าเร่ง เพราะสำหรับที่นี่ รสชาติที่ดี ต้องใช้เวลาเป็นส่วนผสม

“ถ้าผมยอมลดขั้นตอน ผมคงขายได้ง่ายขึ้น แต่ผมจะไม่กล้ามองหน้าคนที่สอนผมมาเลย” พี่บอยเอ่ยด้วยแววตานิ่งสงบ แต่เปี่ยมด้วยความหนักแน่น ยืนยันว่า ทุกขั้นตอนที่ยังคงทำอยู่ในวันนี้ คือความตั้งใจที่จะรักษาวิถีเดิมไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา

เสียงแทงหนัง และเปลวไฟในเตาโบราณ คือศิลปะแห่งความชำนาญ

ก่อนฟ้าสาง หมูแต่ละตัวจะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุด การแทงหนัง พี่บอยบรรจงพรวนหนังหมูอย่างละเอียด ทุกจังหวะต้องแม่นยำเพื่อให้ความร้อนสามารถขับไล่ความชื้นและสร้างหนังแก้วที่กรอบ ฟู และสวยงาม จากนั้น หมูจะถูกนำเข้าเตาอิฐโบราณ เตาที่ไม่พึ่งพาแก๊ส ไม่พึ่งพาเครื่องควบคุมอุณหภูมิ แต่ใช้เพียงฟืน สายตา และประสบการณ์

การควบคุมไฟ การรู้ว่าเมื่อใดควรเพิ่ม เมื่อใดควรผ่อน คือศิลปะที่ถ่ายทอดกันด้วย “การทำให้ดู” มากกว่าการ “สอนด้วยคำพูด” นี่คือกระบวนการที่ซื่อสัตย์ และไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้โลกภายนอกจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด

ปริศนามื้อเช้าเมืองตรัง: ทำไมต้องหมูย่าง?

สำหรับผู้มาเยือน ภาพการกินหมูย่างหนังกรอบชิ้นหนาคู่กับกาแฟร้อนตั้งแต่ไก่โห่อาจดูเป็นเรื่องแปลกตา แต่สำหรับคนตรัง นี่คือวิถีที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี และมีเหตุผลทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ

ย้อนกลับไปในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ เจ้าเมืองตรังผู้วางรากฐานการปลูกยางพารา อาชีพคนกรีดยาง ที่ต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่ดึกสงัดและเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้าตรู่ ทำให้ร่างกายโหยหาพลังงานชดเชยอย่างเร่งด่วน “หมูย่าง” ที่ให้ทั้งโปรตีนและไขมัน จึงกลายเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตชาวสวนยางได้อย่างลงตัว

หมูย่างเมืองตรังยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในวงสนทนา ภายใต้วัฒนธรรม “สภากาแฟ” ร้านน้ำชาในเมืองตรังไม่ได้มีไว้แค่ดื่มกิน แต่คือศูนย์รวมข่าวสารและการเจรจาธุรกิจ หมูย่างจานกลางที่วางอยู่บนโต๊ะ จึงเปรียบเสมือนเครื่องเคียงของบทสนทนาที่ขาดไม่ได้ในทุกเช้า

ความเหมือนที่แตกต่าง: รสชาติที่ไม่ง้อน้ำจิ้ม

แม้รากเหง้าจะมาจากชาวจีนกวางตุ้ง แต่หมูย่างเมืองตรังกลับมีวิวัฒนาการที่แยกตัวออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่ต้นตำรับกวางตุ้งอาจเน้นรสเค็มนำและเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม แต่บรรพบุรุษชาวตรังได้ปรับเปลี่ยนสูตรให้เข้ากับลิ้นคนใต้

กุญแจสำคัญคือ “การหมักแห้ง” ที่เน้นความเข้มข้นของเครื่องเทศยาจีนและน้ำผึ้งให้ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อใน จนทำให้หมูย่างเมืองตรังมีรสชาติหวานนำ เค็มตาม และหอมเครื่องเทศ อย่างกลมกล่อมในตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม นี่คืออัตลักษณ์สำคัญที่แบ่งแยกหมูย่างเมืองตรังออกจากหมูย่างที่อื่นในโลกอย่างสิ้นเชิง และเป็นรสชาติที่พี่บอยยังคงยืนหยัดรักษาไว้อย่างเคร่งครัด

ตราประทับ GI ที่ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่คือความผูกพันกับผืนดินตรัง

ความพิถีพิถันเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงร้านเดียว แต่คือวิถีที่ผู้ผลิตดั้งเดิมหลายครอบครัวในจังหวัดตรังยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนาน จนในที่สุดหมูย่างเมืองตรังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือใช้คำย่อว่า GI) ตราประทับนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายรับรองคุณภาพ แต่คือการยืนยันว่ารสชาตินี้ต้องเกิดจากกระบวนการและผืนดินแห่งนี้เท่านั้น มันคือการประกาศว่า นี่คือรสชาติที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้

รสชาติที่นิยามรุ่งอรุณ สู่สัญลักษณ์ในทุกการเฉลิมฉลอง

หมูย่างได้กลายเป็นนิยามของมื้อเช้าสำหรับคนตรัง ในขณะที่เมืองอื่นเริ่มวันด้วยโจ๊กหรือปาท่องโก๋ ที่นี่กลับเริ่มต้นด้วยหมูย่างหนังกรอบ ภาพร้านโกปี๊ กลิ่นกาแฟโบราณ เสียงสับหมูเป็นจังหวะและจานหมูย่างที่เสิร์ฟคู่กับติ่มซำร้อน ๆ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การกินเพื่ออิ่มท้อง แต่มันคือ เอกลักษณ์แห่งการเริ่มต้นวัน และรสชาติแห่งความอุดมสมบูรณ์นี้ ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงยามเช้า แต่มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ที่ฝังแน่นอยู่ใน DNA ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานมงคล งานไหว้เจ้า หรืองานบุญ หมูย่างคือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ คือรสชาติแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง ที่ยืนยันว่าตรัง คือเมืองแห่งรสชาติอย่างแท้จริง

แม้ในวันที่เศรษฐกิจผันผวน แต่เปลวไฟในเตายังคงซื่อตรงต่อคุณภาพ

การเป็นผู้พิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จากอดีตที่เคยขายได้วันละ 2–3 ตัว วันนี้ ภาวะเศรษฐกิจทำให้ยอดขายเฉลี่ยลดลงเหลือเพียงวันละ 1 ตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลดลง คือ คุณภาพ แม้ปริมาณจะน้อยลง แต่หมูย่างตัวนั้น ยังคงผ่านทุกขั้นตอน อย่างที่บรรพบุรุษเคยทำมา เพราะสำหรับพี่บอย การรักษามาตรฐาน คือการรักษาเกียรติของคนก่อนหน้า และความเชื่อมั่นของคนที่ยังคงเลือกเดินเข้าร้านทุกเช้า

หมุดหมายของผู้ที่อยากสัมผัส รสชาติแห่งความตั้งใจอันเป็นตำนาน

การได้ลิ้มรสหมูย่างของร้านโกจิ้ว–เจ๊ต้อยในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การชิมอาหารอร่อย แต่คือการสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต คือการเห็นความมุ่งมั่นของทายาทรุ่นที่สาม ที่แบกมรดกนี้ไว้ด้วยหัวใจ

หากคุณมองหารสชาติตำรับดั้งเดิมอย่างแท้จริง ร้านหมูย่างแห่งนี้ในจังหวัดตรัง คือจุดหมายที่ควรไปเยือนสักครั้ง (แต่ขอเตือนไว้ก่อน… อาจต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะบางวัน เจ็ดโมงเช้าก็หมดแล้ว)

📍 ขายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

📞 สอบถาม/จองล่วงหน้า: 092-291-5446, 063-449-6956

📘 Facebook: หมูย่างเมืองตรัง – โกจิ้ว, โกบอย (สั่งซื้อออนไลน์ได้)