สารจากประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2561 ที่ผ่านมา เทียบกับปี 2560 บริษัทฯ มียอดขายรวม 52.7 ล้านยูนิเคส เติบโตเพียงร้อยละ 1.77 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 55.6 ล้านยูนิตเคส หรือ +5% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้จากการขาย 5,704.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 0.58% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เช่นกัน เนื่องจากเหตุผลที่ประชาชนมีกำลังซื้อลดลงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงความเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยร้อยละ 83.8

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2561 ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัวรวมทั้งเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย สืบเนื่องมาจากพืชผลทางการเกษตรซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกรราคาลดต่ำลงมาก ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารา มะพร้าว ตลอดจนกุ้งขาว ต่างประสบปัญหาราคาตกต่ำมาโดยตลอด อีกทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่ง ในกลไกที่ใช้ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจภาคใต้ก็ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ถือเป็นนักท่องเที่ยวหลักของภาคใต้จากการลดลงของค่าเงินหยวน และจากโศกนาฏกรรมทางทะเล เรือล่มที่ภูเก็ต ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเสียชีวิตกว่า 50 ราย เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องประดับ เป็นต้น และปัญหาด้านการทำประมงที่รัฐบาลเข้มงวดเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายทำให้กิจการด้านการ ทำประมงต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจภาคใต้ยังไม่ฟื้นตัว ชาวบ้าน ขาดรายได้ที่จะจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ยอดปริมาณการค้าปลีกของภาคใต้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบมาถึงสินค้าของบริษัทฯ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2561 ที่ผ่านมา เทียบกับปี 2560 บริษัทฯ มียอดขายรวม 52.7 ล้านยูนิเคส เติบโตเพียงร้อยละ 1.77 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 55.6 ล้านยูนิตเคส หรือ +5% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้จากการขาย 5,704.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 0.58% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เช่นกัน เนื่องจากเหตุผลที่ประชาชนมีกำลังซื้อลดลงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงความเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ยร้อยละ 83.8 (Source: AC Nielsen) ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 249.07 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.09 เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปี 2560

บริษัทฯ มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมในปี 2561 จำนวน 249.07 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิหุ้นละ 1.25 บาท จากมูลค่าหุ้นจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว (PAR VALUE) หุ้นละ 1.00 บาท คณะกรรมการบริษัทฯ จึงเสนอให้จัดสรรเงินกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 159,374,400 บาท คิดเป็นร้อยละ 64 ของกำไรสุทธิ เป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงิน ปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.38 บาท เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 จึงคงเหลือเงิน ปันผลที่จะจ่ายเพิ่มเติมอีกหุ้นละ 0.42 บาท โดยจะจ่ายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562

ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม : คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตของบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดี กล่าวคือ บริษัทฯ ใช้ไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและบริสุทธิ์มาใช้ในการผลิตสินค้า ลดการใช้น้ำมันจากฟอสซิลโดยการใช้พลังงานไฟฟ้า และ LPG เป็นเชื้อเพลิงในรถยก อีกทั้งใช้ NGV แทนน้ำมันปิโตเลียมในรถบรรทุกเพื่อการขนส่งและกระจายสินค้าทั่วภาคใต้อีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีส่วนร่วมในการผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ เพื่อลดปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู้ชั้นบรรยากาศและมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิต โดยเข้าร่วมโครงการวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ (Water Footprint) เพื่อหาปริมาณการใช้น้ำบาดาลตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ และคืนน้ำในปริมาณ ที่มากกว่าที่นำมาผลิตกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติอย่างปลอดภัยภายใต้โครงการ “รักน้ำ”

จากความมุ่งมั่นพัฒนาในมิติทางสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัท ภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อย่างต่อเนื่อง ปี 2561 บริษัทฯ ได้เข้ารับการประเมินความยั่งยืนตามรูปแบบและเกณฑ์ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และได้รับการพิจารณาเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีรายชื่อเป็น 1 ใน 79 บริษัท จดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment) ประจำปี 2561

ด้านนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น : เนื่องจากปี 2561 ความเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต หรือ Thai Private Sector Collective Action against Corruption (CAC) ได้ครบกำหนดวาระการรับรอง ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดทำและยื่นแบบประเมินตนเองในเรื่องมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นเพื่อขอต่ออายุใบรับรอง และคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ ได้มีมติให้การรับรอง ต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตของ บริษัทฯ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 โดยใบรับรองดังกล่าวมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติฯ มีมติให้การรับรอง

แนวโน้มในอนาคต : คาดว่าภาวะเศรษฐกิจของภาคใต้ยังมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2561 เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกรจะยังคงประสบปัญหาราคาตกต่ำ ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่งผลกระทบต่อยอดปริมาณค้าปลีกลดลงเนื่องจากประชาชนขาดรายได้ที่จะมาจับจ่ายใช้สอย การเลือกตั้งจึงเป็นความหวังของประชาชนที่หวังว่าวิถีของประชาธิปไตยจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดี จากภาวะอากาศที่ร้อนจัดจะเป็นผลบวกกับการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตจากปี 2561 ประมาณ 6% นอกจากนี้ บริษัทฯ จะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลให้ผลการดำเนินงานของปี 2562 มีแนวโน้มที่จะดีกว่าปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของหาดทิพย์ด้วยดีเสมอมา และขอให้เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่/พนักงานหาดทิพย์ทุกคนจะมุ่งมั่น ทุ่มเทในการพัฒนาองค์กร “หาดทิพย์” ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

img-fluid

พลเอก จรัล กุลละวณิชย์

ประธานกรรมการ
img-fluid

พลตรี พัชร รัตตกุล

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร